PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : ~๐* เอาเกร็ดความรู้ในการดูแลน้องหมา รวมถึงการฝึกเล็กๆน้อยๆมาฝากค่ะ *๐~



amchen
22-09-2008, 21:04
เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆจากเว็บ thaimarketcenter นะคะ เอามาฝากเพื่อนๆ
เฉพาะ case ที่เกิดขึ้นกับน้องๆ ในบอร์ดบ่อยๆ เผื่อคุงพ่อคุงแม่ของน้องจะได้ทราบไว้ ถ้าเพื่อนๆคนไหนมีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมก็โพสไว้เลยคะนะ เป็นความรู้สำหรับเพื่อนๆทุกคนค่ะ
ฝึกลูกสุนัขให้ถ่ายเป็นที่
กลยุทธง่ายๆในการฝึกลูกสุนัขให้ขับถ่ายเป็นที่เป็นทางคือให้ใช้หนังสือพิมพ์วางลงบนพื้นและให้รางวัลแก่ลูกสุนัข เมื่อเขาสามารถขับถ่ายลงบนหนังสือพิมพ์ได้แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับความอุตสาหะพยายามของเจ้าของด้วยกล่าว คือต้องหมั่นคอยสังเกตุดูพฤติกรรมของลูกสุนัขว่ามีท่าทางที่กำลังจะถ่ายแล้วหรือยังโดยปกติสุนัขมักจะขับถ่ายหลัง จากเวลาต่อไปนี้คือหลังตื่นนอน หลังอาหาร หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงหากยังเป็นลูกสุนัขอยู่
หากคุณเห็นว่าลูกสุนัขกำลังอยากที่จะถ่ายให้คุณรีบไปอุ้มลูกสุนัขไปวางบนพื้นที่มีกระดาษหนังสือพิมพ์รองอยู่แต่อย่าทำให้ เขาตกใจเดี๋ยวจะพาลกลัวไปเลยให้คุณทำด้วยความใจเย็นและนุ่มนวลที่สุดเมื่อลูกสุนัขเริ่มจะคุ้นเคยกับการที่ต้องถูกอุ้มไปวาง ลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วให้ค่อยๆเปลี่ยนที่วางกระดาษหนังสือพิมพ์ไปอยู่ในบริเวณที่คุณต้องการให้ลูกสุนัขใช้เป็นที่ ขับถ่ายเป็นประจำเช่น ในห้องน้ำ ประตูหลังบ้าน สวนหลังบ้านเป็นต้น

เคล็ดลับอีกอย่างที่คุณไม่ควรพลาดคือให้กล่าวชมเชยหรือจะให้รางวัลเป็นขนมหรือของคบเคี้ยวสำหรับสุนัขแก่ลูกสุนัขเมื่อ เขาสามารถทำได้และให้ทำติดต่อกันประมาณ 3-4 วันลูกหมาคุณก็จะคุ้นและขับถ่ายได้เป็นที่เป็นทาง ไม่ใช่ตรงนี้กอง ตรงนั้นกอง


การให้อาหารลูกสุนัข


ลูกสุนัขแรกคลอดควรได้รับน้ำนมเหลืองจากแม่ (colostrum) โดยเร็วที่สุดหลังจากคลอดเพราะน้ำนมแม่เป็นอาหารที่มีคุณค่ามากที่สุด เนื่องจากมีภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ มีแร่ธาตุที่จำเป็นในการสร้างกระดูกและฟัน มีโปรตีนสูง สำหรับลูกสุนัขที่อ่อนแอ ผอมบางผิวหนังเหี่ยวย่น ตัวเย็น เยื่อเมือกและผิวหนังหน้าท้องและขามีสีออกม่วง ในสัปดาห์แรกควรให้กลูโคสและน้ำตับดิบช่วยวันละ 2 - 3 ซีซี และอาจจะให้วิตามินเสริม แม่สุนัขจะมีปริมาณน้ำนมมากที่สุดในสัปดาห์ที่ 2 - 3 หลังคลอดแล้วปริมาณน้ำนมจะค่อยๆ ลดลงตามลำดับ และจะลดลงอย่างมากในสัปดาห์ที่ 5 - 6 ซึ่งโดยปกติจะเป็นช่วงที่ลูกสุนัขหย่านม (weaning) อาหารแรกเริ่มที่เจ้าของจะให้ลูกสุนัขสามารถให้ตอนช่วงอายุ 5 - 6 สัปดาห์นี้ โดยอาจจะเริ่มให้เพียงเล็กน้อยก่อนในขณะที่ลูกสุนัขยังไม่หย่านม แล้วค่อยๆ เพิ่มประมาณอาหารตามลำดับ อาหารเริ่มแรกควรเป็นอาหารอ่อน บดละเอียด อุดมด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัสและวิตามินดี และเป็นอาหารที่มีคุณค่าของโปรตีนสูง เจ้าของสุนัขอาจจะเติมวิตามิน หรือน้ำมันตับปลาควบไปด้วย คุณภาพอาหารที่ให้มีความเช่นเดียวกันกับการเพิ่มปริมาณอาหารโดยเฉพาะระยะแรกที่เริ่มหย่านม ปริมาณครั้งของการให้อาหารสามารถแสดงได้ดังนี้ :

อายุหลังหย่านม - 5 เดือน

ให้อาหารวันละ 4 ครั้งในปริมาณพอเหมาะ
- อาหารโปรตีนสูง
- อัตราส่วน Ca : P = 1.2 : 1.0
- เสริมวิตามิน

อายุ 5 - 6 เดือน

ให้อาหารวันละ 2 ครั้ง
- อาหารโปรตีนสูง
- อัตราส่วน Ca : P = 1.2 : 1.0
- เสริมวิตามิน A,D,B
สำหรับในลูกสุนัขที่ไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด และควรให้สัตวแพทย์สอดท่อให้อาหารและให้อาหารสำหรับลูกสุนัขที่เหมาะสมไม่ควรให้ลูกสุนัขกินน้ำนมโคเพราะจะทำให้ท้องเสียและขาดน้ำได้ ดังนั้นการเลี้ยงดูลูกสุนัขกำพร้าหรือไม่ได้รับน้ำนมจากแม่ควรใช้สูตรอาหารดังต่อไปนี้ :-

สูตรที่ 1


ใช้นมผงสำเร็จรูปสำหรับลูกสุนัข
สูตรที่ 2



ผสมนม Evaporated Milk (ไม่ใช่ Skim Milk) 3 ส่วนกับน้ำ 1 ส่วน ป้อนให้ลูกสุนัขกิน หากมีอาการท้องเสียเกิดขึ้น ควรเจือจางน้ำนมลงไปอีก
สูตรที่ 3



ผสมอาหารกระป๋องลูกสุนัขสำเร็จรูป 2 ส่วนกับน้ำ 1 ส่วน แล้วปั่นให้เข้ากันก่อนนำไปเลี้ยงลูกสุนัข ส่วนผสม
สูตรที่ 4


นมสด (Whole Milk) 1 ถ้วย
น้ำมันพืช 1 ช้อนชา
วิตามินรวมสำหรับเด็ก 1 หยด
ไข่แดง 2 ฟอง
นำมาปั่นรวมกัน 1 นาที แล้วนำไปเลี้ยงลูกสุนัข


นอกจากนี้ยังต้องดูแลเรื่องของอุณหภูมิด้วย เนื่องจากลูกสุนัขปกติจะมีอุณหภูมิแรกคลอดประมาณ 96.8๐F และจะมีอุณหภูมิเท่ากับสุนัขโตเมื่อลูกสุนัขมีอายุประมาณ 4 สัปดาห์ (101-102๐F) ถ้าลูกสุนัขมีอุณหภูมิร่างกายต่ำควรให้ความอบอุ่นอย่างสม่ำเสมอทุก 1 - 3 ชั่วโมงจนอุณหภูมิคงที่


ข้อแนะนำสำหรับการให้อาหาร


1. อาหารสำเร็จรูปควรเลือกใช้ของบริษัทที่น่าเชื่อถือ
2. ห้ามให้อาหารที่เสียแก่สุนัข
3. จัดน้ำสะอาดไว้ให้ตลอดเวลา

4. ห้ามให้อาหารเลี้ยงแมวกับสุนัขเพราะมีโปรตีนสูงเกินไป

5. อาหารที่ให้ควรมีอุณหภูมิเท่ากับอุณหภูมิห้อง
6. อาหารที่มีน้ำเป็นส่วนผสมที่กินเหลือไม่ควรเก็บไว้ในมื้อต่อไป
7. อาหารแห้งควรทิ้งวันต่อวัน
8. ไม่ควรปล่อยให้สุนัขอ้วนเกินไป
9. ห้ามให้กระดูกที่เปราะแก่สุนัขเช่น กระดูกไก่
10. สุนัขที่ไม่ยอมกินอาหารนานกว่า 24 ชั่วโมง อาจเป็นสัญญาณบอกว่าสุนัขเจ็บป่วยจึงควรปรึกษาสัตวแพทย์


การป้องกันโรคเหงาในสุนัข
อย่างไรที่เรียกว่าโรคเหงา
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifคุณคงไม่สามารถที่จะอยู่กับสุนัขได้ตลอดเวลา สุนัขของคุณชอบเห่า ปัสสาวะเรี่ยราด หรือชอบทำลายข้าวของบ้างหรือเปล่า ถ้าเป็นอาจจะแสดงว่าสุนัขของคุณเป็นโรคเหงา
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifสุนัขเป็นสัตว์สังคม สุนัขป่าก็ยังอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูง สุนัขบ้านจะถือว่าสมาชิกในครอบครัวคือฝูงของมันเช่นเดียวกัน สุนัขที่สนิทกับเจ้าของหรือสมาชิกในครอบครัวมากๆ จะเกิดอาการเครียดละเหงาเมื่อถูกปล่อยให้อยู่เพียงลำพัง โดยแสดงออกด้วยการเห่า ขุด กัดแทะ และพยายามทำลายข้าวของในบ้าน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif คุณต้องเข้าใจว่าสุนัขของคุณไม่ได้มีเจตนาแกล้ง เพียงแต่มันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ต้องอยู่เพียงลำพัง และพยายามที่จะหาทางไปหาเจ้าของให้ได้ เช่น การขุด กัดแทะประตู หรือทำไปเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เครียด เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือรื้อข้าวของในบ้านมากัดเล่น
แล้วสุนัขของคุณเป็นโรคเหงาหรือเปล่า
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifคุณจะทราบได้อย่างไรว่าสุนัขของคุณเป็นโรคเหงา การที่สุนัขเห่า กัดทำลายของ หรือ ขุดคุ้นทำลายสวนสวยของคุณ ไม่ได้เป็นอาการของโรคเหงาเพียงอย่างเดียว อาจจะมีอย่างอื่น เช่น คันฟัน ปวดฟัน ฯลฯ ซึ่งต้องให้สัตวแพทย์ตรวจดูว่าไม่ได้มีสาเหตุจากโรคเหล่านี้ก่อน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifสุนัขที่เป็นโรคเหงามักจะแสดงอาการเมื่อเจ้าของไม่อยู่ด้วย หรือเห็นเจ้าของแต่เจ้าของไม่มาหาสัตว์ก็จะแสดงอาการกระวนกระวาย เช่น เวลาถูกล่ามโซ่ ลองอ่านต่ออีกสักนิดสัตว์เลี้ยงของคุณอาจจะหายจากโรคเหงาได้
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif การแก้อาการเหงาเป็นเรื่องที่คุณต้องทำงานมากทีเดียว แต่คุณก็จะประหลาดใจที่สุนัขสามารถตอบสอนต่อขั้นตอนที่คุณวางไว้ได้อย่างดีทีเดียว
มาช่วยสุนัขของคุณให้หายจากโรคเหงากันดีกว่า
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifมีขั้นตอนหลายขั้นทีเดียวในการรักษาอาการอยู่ตัวเดียวไม่ได้ ซึ่งต้องทำไปพร้อมๆ กันหลายๆ ขั้นพร้อมๆ กันไป เป้าหมายของแต่ละขั้นมีวัตถุประสงค์เพื่อ
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif - ลดความต้องการอยู่ใกล้ชิดเจ้าของของสุนัข
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif - เพิ่มความมั่นใจให้กับสุนัข
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifสุนัขที่มีความมั่นใจในตัวเองจะไม่กังวลกับการที่เจ้าของไม่อยู่บ้าน หรือถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง และจะไม่ทำลายข้าวของของคุณ เช่นเฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่ไม่ได้หมายความว่าสุนัขจะเฉยหรือเย็นชาเมื่อเห็นคุณ เพียงแต่สุนัขเกิดความมั่นใจว่าคุณจะไม่ได้ทิ้งเขาไปเฉยๆ โดยไม่กลับมา ดังนั้นคุณต้องให้สุนัขมั่นใจว่าทุกครั้งที่คุณออกจากบ้านไปคุณจะกลับมาหาเขาทุกครั้ง
ขั้นแรก ลดอาการดีใจหรือเสียใจสุดเหวี่ยง เมื่อเวลาที่คุณเข้าหรือออกจากบ้าน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif เมื่อเจ้าของกลับมาบ้านหรือออกจากบ้านทุก ทั้งสองอย่างก่อให้เกิดความเครียดในตัวสุนัขอย่างมาก พฤติกรรมทำลายข้าวของจะเกิดทันทีที่เจ้าของก้าวเท้าออกจากบ้าน หรือก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน (โดยเฉพาะผู้ที่กลับบ้านตรงเวลา) การลดความเครียดของสุนัขในเรื่องนี้ทำโดยอย่าทำให้สุนัขตื่นเต้นเมื่อเวลาเจ้าของเข้าหรือออกจากบ้าน โดยทำทีไม่สนใจตัวสุนัขสัก 5 นาที ขณะที่คุณเตรียมเก็บเอกสารหรือข้าวของ เช่นกุญแจ เสื้อคลุม ฯลฯ ทำอย่างปกติเรียบๆ ก่อนออกอาจจะกล่าวคำว่าสวัสดีหรือบ๊ายบาย ด้วยน้ำเสียงปกติแล้วเดินออกจากบ้านไปอย่างปกติธรรมดา อย่ากล่าวคำสั่งเสียกับสุนัข เช่น ดูแลบ้านให้ดีนะ อย่ากัดทำลายของ ฯลฯ เพราะจะไปกระตุ้นให้สุนัขเกิดความตื่นตัวก่อนที่เราจะออกจากบ้าน เพราะจะทำให้สุนัขรู้สึกว่าถูกทิ้งตามลำพังซึ่งสุนัขจะรู้สึกว่าแย่ การที่ทำทีไม่สนใจสุนัขเขาจะเข้าใจว่าคุณอยู่บ้านในที่ใดสักแห่งที่เขาไม่เห็น
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifเวลากลับเข้าบ้านก็เช่นเดียวกัน ทำเป็นไม่เห็นสุนัขของคุณสัก 5 นาที ขณะเดียวกันคุณก็วางข้าวของของคุณตามปกติ อย่าพูดกับสุนัขยกเว้นดุให้เขาสงบลง สำหรับสุนัขที่ควบคุมยากให้ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง อย่าทักทายสุนัขจนกว่าสุนัขจะสงบลง จึงกล่าวคำทักทาย เช่น ตบเบาๆ ที่ไหล่แล้วกล่าวคำว่าสวัสดี แต่อย่าทำให้สุนัขตื่นเต้นดีใจอีก
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif ข้อควรระวังคือ ห้ามลงโทษสุนัขเมื่อกลับเข้ามาในบ้าน ไม่ว่าสุนัขของคุณจะทำลายข้าวของเสียหายขนาดไหนก็ตาม เพราะสุนัขอาจจะคิดว่าคุณทำโทษเขาเพราะเขาอยู่เพียงลำพัง ซึ่งจะยิ่งทำให้แย่ลงไปอีก ถ้าสุนัขเคยฝึกให้อยู่ในที่เฉพาะก็จะยิ่งง่าย แต่สุนัขบางตัวก็อาจยิ่งมีอาการตื่นกลัวเมื่อถูกจำกัดบริเวณหรืออยู่ในที่แคบ โดยเฉพาะในกรงของสุนัข กรณีนี้ไม่ควรให้สุนัขอยู่ในกรง
ขั้นที่ 2 จำกัดบริเวณสุนัข
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifวัตถุประสงค์เพื่อลดการทำลายข้าวของในบ้านให้น้อยลง ถ้าเจ้าของทำได้ควรจำกัดบริเวณที่สุนัขอยู่ให้แคบลง เพื่อลดการทำลายข้าวของ
ขั้นที่ 3 หาอะไรให้สุนัขทำ
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifอย่างเช่นหาของเล่นพวกของแทะหรือกระดูกเทียมหรือสิ่งที่สุนัขชอบ ของเล่นที่มีโพรงข้างในอาจใส่ขนมล่อใจที่สัตว์ชอบสุนัขเพื่อให้สุนัขพยายามแคะออกมากิน หรือห่อขนมไว้ในกระดาษหนังสือพิมพ์แล้วใส่ไว้ในกล่องอีกทีแล้วปิดเทปกาวทับ สุนัขก็จะพะวงกับการเอาขนมออกจากกล่อง สุนัขก็จะไม่มีเวลาไปทำลายข้าวของในบ้าน แต่สุนัขบางตัวก็ไม่ยอมรื้อขนมออกจากกล่องที่ท่านทำไว้ ท่านเจ้าของต้องพยายามล่อใจให้สุนัขสาละวนกับของที่ให้ไว้ก่อนออกจากบ้าน
ขั้นที่ 4 ภาวะที่สุนัขจะยอมรับเมื่อเจ้าของออกจากบ้าน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifขั้นนี้เป็นขั้นที่สำคัญที่สุด และต้องใช้ระยะเวลานานที่สุดท่านต้องใจเย็นมากๆ สุนัขที่เฝ้าดูเจ้าของเก็บกุญแจบ้าน, กุญแจรถ, กระเป๋าถือฯลฯ เวลาที่เจ้าของออกจากบ้าน สุนัขที่เป็นโรคเหงาจะเริ่มแสดงอการเมื่อเจ้าของก้าวไปที่ประตูบ้าน เจ้าของต้องรอจนกว่าสุนัขจะคลายความตื่นเต้นหรือกังวลลงเพื่อให้สุนัขตายใจว่าท่านไม่ได้กำลังออกจากบ้าน และเจ้าของต้องไม่เปิดประตูหรือทำท่าว่าจะออกไปจากบ้าน เมื่อสุนัขผ่อนคลายความกังวลลงให้ขนมหรือของที่สุนัขชอบ เจ้าของอาจต้องทำท่าอย่างที่กล่าวซ้ำหลายๆ ครั้งเพื่อให้สุนัขไม่แสดงอาการกังวล ขั้นต่อไปคือทำท่าทางเก็บข้าวของออกจากบ้านเดินตรงไปที่ประตูแล้วเปิดประตูแต่อย่างก้าวเดินออกไปเป็นอันขาด แค่เดินไปเปิดแล้วปิด ทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้งจนสุนัขรู้สึกชินและเฉยจึงให้รางวัลล่อใจ ขั้นตอนต่างๆ ที่ทำซ้ำควรเว้นระยะห่างประมาณ 5-10 นาที ขั้นต่อไปคือทำท่าเก็บข้าวของออกจากบ้านเดินไปที่ประตู เปิดประตูแล้วเดินออกไปแต่อย่าปิดประตู ทำซ้ำเช่นเดิมจนสุนัขชินจึงให้รางวัล
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif ขั้นต่อมาคือทำท่าเหมือนจะออกจากบ้านแล้วเดินไปที่ประตูเปิดแล้วเดินออกจากประตูพร้อมกับปิดประตู แต่ท่านเจ้าของต้องรีบเข้ามาถ้าสุนัขเริ่มมีความระแวง ถ้าสุนัขเฉยท่านรอสัก 30 วินาทีค่อยเดินเข้าประตูมา เจ้าของสุนัขต้องทำเช่นที่กล่าวซ้ำๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาที่อยู่นอกประตูให้นานขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าสุนัขจะชิน เช่นเพิ่มเวลาจาก 30 วินาทีเป็น 1 นาที, 2 นาที, 5 นาที, 10 นาที, 20 นาที, เพิ่มไปเรื่อยๆ จนเป็นชั่วโมง สุนัขแต่ละตัวอาจต้องการเวลาในการฝึกแตกต่างกัน เมื่อเพิ่มเวลาอยู่นอกบ้านของเจ้าของได้เป็นชั่วโมงก็ง่ายที่จะเพิ่มเวลาไปเรื่อยๆ จนถึง 7-8 ชั่วโมง
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gif สุนัขจะกังวลมากเมื่อถูกทิ้งไว้ตัวเดียว โดยแสดงอาการต่างๆ เช่น ครางหงิ๋ง ๆ , เห่า, ขุด, แทะ, หอน, ปัสสาวะเรี่ยราด, วิ่งวนไปรอบๆ , พยายามหลบหนีออกนอกกรงหรือบ้าน สุนัขที่ขี้เหงามักจะอ้อนเจ้าของค่อนข้างมาก และต้องการเวลาทักทายกับเจ้าของเวลาพบเจ้าของหลังเวลาเลิกงานนานกว่าสุนัขปกติ สุนัขพวกนี้มักเดินตามเจ้าของไปรอบบ้าน กระโดดหรือเข้ามาคลอเคลีย เห่า ครางหงิ๋ง หรือเลียมือและหน้าเจ้าของเป็นเวลานาน ๆ

สิ่งสำคัญในการฝึก
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifสุนัขเป็นสัตว์สังคม และเป็นเรื่องปกติที่สุนัขจะคิดถึงเจ้าของเมื่อเวลาเจ้าของไม่อยู่
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifอย่าให้สุนัขตื่นเต้นเวลาคุณออกจากบ้าน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifฝึกให้สุนัขสงบเมื่อเวลาคุณกลับเข้าบ้าน
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifจำกัดบริเวณสุนัขตลอดช่วงระยะเวลาการฝึก
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifให้ของที่สุนัขกัดแทะได้เพื่อไม่ให้มีเวลาไปทำลายข้าวของ
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifหาอะไรให้สุนัขทำเวลาอยู่ตัวเดียว
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifให้ทำตามขั้นตอนทั้ง 4 ที่กล่าวมามักได้ผลดี
http://www.thaidogcenter.com/images/spac.gifอาจต้องพึ่งยาในรายที่ไม่สามารถฝึกให้คุ้นกับการอยู่ตัวเดียวได้



หวังว่าเพื่อนๆคงได้ประโยชน์จากความรู้นี้ไม่มากก็น้อยนะคะ

djpepsi
22-09-2008, 22:16
น้องขนุนจะเป็นถ้าเราออกไปข้างนอก แล้วเวลาเรากลับมาเค้าจะกระดุ๊ก กระดิ๊ก หางแทบจะขาด ดีใจไรนักหนาไม่รู้ บางทีมีถ่ายเรี่ยราดด้วย เปงว่าลูกเราเครียดหรือนี่ อ่านแล้วได้ความรู้ดีค่ะ จะลองเอาไปฝึกน้องที่บ้านค่ะ:Emo-korea_068:

nplovely
23-09-2008, 03:08
:Emo-korea_046: ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆนะค้าบ

amchen
23-09-2008, 14:12
พออ่านแล้วเราก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า เจ้าข้าวปั้นเป็นโรคเหงา แล้วก็เครียด เพราะกลับมาห้องทีไร ข้าวของเอามากัดหมดเลย แต่ตอนเราอยู่ไม่เคยกัดอะไรซักกะอย่าง :Emo-korea_068:

อย่างนี้ต้องฝึกตามที่เอามาลงไว้อ่าค่ะ ตอนนี้กะลังลองๆทำกะข้าวปั้นดู ไม่รู้ลูกจะหายป่าว :Emo-korea_065:

harajuku_1988
23-09-2008, 14:20
ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้ดีดีนะคะ

:Emo_korea_076:

ถุงทองงับ
23-09-2008, 17:27
พึ่งรู้ว่าถุงทองเป็นโรคเหงาคะตอนแรกคิดว่าเขาเป็นไปตามวัยเพราะเวลาเขาอยู่กับมี๊ก็ชอบทำท่าขุด เขี่ยหาของและจะร้องหงิงๆ เวลามี๊ไปทำงาน:Emo-korea_021:

manza125
23-09-2008, 19:15
โมชิชอบกัดขอบโต๊ะที่เป็นไม้พังหมดแต่ไม่เห่าไม่ร้อง:Emo-korea_043: