PDA

แสดงเวอร์ชันเต็ม : แนะนำเมนู



Mackoko
20-03-2009, 16:11
วันนี้สตางค์เดินกระดิ๊กหางจะขอกินนมปั่น เยลลี่ฯลฯ ผมไม่ให้กินเพราะว่าแนะนำเมนูให้เพื่อนๆลองทำกันนะครับ
(คุณมุกครับขอนอกเรื่องชเนาเซอร์ก่อนนะครับ ขอโทษด้วยนะครับ)ส่วนสตางค์กินทีหลังเดี๋ยวพี่จะไม่เตือน
เริ่มกันเลยครับ
เยลลี่ครีเอจ(เมนูนี้ขอเอาใจลูกๆของทุกท่านครับ)
ส่วนผสม
1.เจลาดินสำเร็จรูป(รสที่ชอบ ผมว่าอันหนึ่งแบ่งเด็กๆหน่อยนะครับ)
2.น้ำเปล่า 2 ถ้วย
3.ผลไม้อื่นๆ(ถ้าไม่ใส่ก็ได้ครับและถ้าอยากใส่หั่นเป็นชิ้นเล็ก
[96457
ลุยกันเลยครับ.....(ขอขอบคุณพี่ส้ม zomzaa.comมากๆครับ)
96461 96462
1.ต้มน้ำร้อนให้เดือดครับ น้ำ 1 ถ้วยนะครับ ถ้าเพื่อนๆซื้อเจลาดินสำเร็จรูป(ซึ่งจะมีหลายรส หลายยี่ห้อ)ด้านหลังกล่องจะมีวิธีทำบอกไว้นะครับ ทำตามนั้นเลยก็ได้ครับ
:Emo-korea_016:
96467 96468
2.พอน้ำเดือดแล้วให้ใส่เจลาดินลงไปเลยครับ(สตางค์อยากกินรึไง เดี๋ยวให้ซาร่ากินก่อนนะ:Emo-korea_025:สตางค์กะซาร่าเลยไม่กิน) (วันนี้พี่ส้มขอใช้รสสตอเบอรี่)
จากนั้นปิดแก๊สได้เลย คนให้เจลาดินละลายให้หมดนะครับ ระวังเป็นก่อนด้วยเดี๋ยว
เวลาทานแล้วไม่อร่อย
96471 96472
3.จากนั้นให้เติมน้ำเย็นลงไปอีก 1 ถ้วยตวงนะครับ
96473 96474
4.คนให้เข้ากันอีกครั้งครับ(อดทนหน่อยนะครับ ใกล้เสร็จ)จากนั้นมาเตรียมภาชนะ
เช่น แก้ว(เคยกินแล้วอร่อยมากๆๆครับ) ถ้วยเยลลี่หรือถ้วยวุ้น แล้วแต่เราจะเลือกภาชนะแบบไหน
96479
5.เติมผลไม้สด หรือผลไม้กระป๋องก็ได้ ไม่ใส่ก็ได้(เติมลงไปเพื่อเพิ่มคุณค่าโภชนาการ เด็กๆบางตัวไม่ชอบทานผลไม้เหมือนขนมหลอกเด็ก :Emo-korea_062: )
จะใส่มากน้อยแล้วแต่จะใส่ ถ้าไม่มีผลไม้ตามฤดูกาลหรือผลไม้กระป๋องก็ใส่ๆที่เรามีเช่น สตอเบอรี่
96481 96482
6.จากนั้นก็ตักเจลาดินใส่ลงไปภาชนะเลยครับ
96483
7.แช่ตู้เย็นไว้ก่อน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง รอให้เจลาดินเซ็ทตัวนะครับ
96484 96486
8.กิ๊งก่อง ผ่านไป 3 ชั่วโมง ก็นำออกมากินอร่อยๆ เยลลี่หวาน อร่อยๆ
ขอข้าวเหนียวป้อนพี่ฟรองโก้สักคำนะค่ะ:Emo-korea_043:
มีเมนูอีกครับ แต่วันนี้ขอพักก่อน หายเหนื่อยแล้วจะมาพิมพ์ต่อ
ป.ล.
อยากให้มีบอร์ดอาหารเมนูจังเลยT-T
ข้าวเหนียวหลงรักพี่ฟรองโก้ไปเต็มๆแล้วครับ
อยากรู้สูตรอาหารอะไรก็ส่งข้อความมาE-mailนะครับ
Dogkoko@hotmail.com:Emo-korea_030:

Mackoko
22-03-2009, 19:05
ว้า เสียดายจัง คนมาดูแล้วไม่ตอบเลย อย่าให้รู้นะ
อันนี้pantipครับผม
+++ มาทำบิสกิจโฮมเมดให้ลูกๆ แทะเล่นกันไหมค่ะ +++ (ห้องหมานี่แหละค่ะ ไม่ผิดๆ) http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/image/trash.gif (javascript:openInformWindow(0))

สวัสดีค่ะ วันนี้พึ่งคิดเมนูใหม่ได้ เลยมานำเสนอให้เพื่อนๆ ลองทำให้ลูกรักที่บ้านชิมกันบ้างดีกว่า


เมนูที่ว่านั้นก็คือ Fish & Cheese Biscuits เป็นบิสกิตรสปลาผสมด้วยชีส
ปกติเคยเห็นแต่บิสกิตรสเนื้อ รสไก่ อ้อมเลยลองทำรสปลาดูน่ะค่ะ
นี่ก็ผ่านการทดสอบโดยโฮชิมาเป็นที่เรียบโร้ย หุหุหุ
ถ้าไม่อร่อยขอให้โทษโฮชิค่ะ (โยนความผิดให้หมาชิซะงั้น)
แบบว่าวันนี้โฮชิล่อไปหลายอันแล้ว ไปนั่งเฝ้าหน้าเตาตั้งแต่บิสกิตยังไม่สุก ดังนั้น....มันต้องอร่อยสิเน๊าะ


อ๊ะ....ไม่พูดพล่ามทำเพลงค่ะ เรามาเริ่มลงมือกันเลย

************************

Fish & Cheese Biscuits

ส่วนประกอบ

- ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย
- มาการีน 1/3 ถ้วย
- น้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ (ในรูปมันเยอะเพราะว่าถ้าใส่น้อยมันจะมองไม่เห็นน้ำ หุหุหุ)
- น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
- cornmeal 3/4 ถ้วย
- ซุปปลาก้อน 1 ก้อน
- นมสด 1 ถ้วย
- cheddar cheese ขูดฝอย 1 ถ้วย
- ไข่ไก่ 1 ฟอง
- แป้ง whole wheat 2 ถ้วย

*** หมายเหตุ - ถ้าไม่มีซุปปลาก้อน จะใช้เป็นซุปไก่ก้อน หรือซุปหมูก้อน หรือซุปเนื้อก้อนก็ได้นะค่ะ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-0.jpg วิธีทำ

- อุ่นเตาอบรอไว้ก่อนเลยที่ 170 C
- นำมาการีน ข้าวโอ๊ต และน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะมาคลุกๆ ผสมกันแล้วทิ้งไว้ 10 นาที

*** หมายเหตุ - ในรูปน้ำเยอะไปหน่อยเลยแอบตักออกทีหลัง หุหุหุ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-1.jpg- ตีไข่รอไว้ค่ะ
- นำซุปปลาก้อนผสมลงในนมสด

*** หมายเหตุ - บดๆ ซุปปลาก้อนซะหน่อยค่ะ จะได้ผสมง่ายๆ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-2.jpg เมื่อครบ 10 นาที นำ cornmeal น้ำผึ้ง ไข่ไก่ที่ตีไว้แล้ว นมสดที่ผสมกับซุปปลาก้อนไว้แล้วลงไปกับส่วนผสมด้านบน แล้วคนให้เข้ากันค่ะ


*** หมายเหตุ - ตอนใส่นมค่อยๆ แบ่งใส่ค่ะ อย่าใส่ทีเดียวหมดบางทีจะทำให้แป้งแฉะเกินไป เอาไว้พอนวดแล้วถ้ารู้สึกว่าแป้งแห้งไปค่อยเติมเพิ่มได้
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-3.jpg

เมื่อส่วนผสมเข้ากันดีก็เติมแป้งโฮลวีทลงไป เติมลงไปทีล่ะ 1 ถ้วยนะค่ะ เมื่อผสมไอ้เจ้าถ้วยแรกเข้ากันดีแล้วค่อยเติมลงไปอีก 1 ถ้วย
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-4.jpgจากนั้นลงมือนวดพอเข้ากันนิดๆ แล้วเติม ชีสลงไป นวดต่ออีกประมาณ 3-4 นาที แป้งจะไม่แฉะนะค่ะ จะเด้งๆ ยุ่นๆ เหมือนแป้งขนมปัง
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-5.jpgแป้งที่นวดได้ที่แล้วจะหน้าตาเป็นเช่นนี้
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-6.jpgจัดการนำมา roll ค่ะ โรยแป้งลงไปบนพื้นนิดหน่อย (พื้นโต๊ะที่บ้านมันไม่เรียบอ้อมเลยต้อง roll บนเขียง หุหุหุ) แบ่งมา roll ทีล่ะนิดค่ะ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-7.jpgroll ให้แป้งหนาสักประมาณ 1/2 นิ้ว คือ...เอาง่ายๆ ถ้าเลี้ยงน้องหมาตัวใหญ่ ให้ roll หนา ถ้าเลี้ยงน้องหมาตัวเล็ก ให้ roll บางๆ หน่อย น้องหมาจะได้ไม่แทะลำบากเกินไปนัก หุหุหุ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-9.jpg นำที่ตัดคุ๊กกี้มากดให้เป็นรูปตามใจชอบค่ะ วันนี้อ้อมใช้ที่ตัดรูปกระดูก กับ เสาดับเพลิง
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-10.jpg- เมื่อเสร็จแล้วนำวางลงในถาดอบที่ปูด้วยกระดาษไขรอไว้แล้ว จะทามาการีนเพิ่มลงไปบนกระดาษอีกก็ได้นะค่ะ แต่อ้อมไม่ได้ทา

*** ลืมปรับโหมดจากมาโครเป็นธรรมดาเลยเบลอซะ หุหุหุ
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-12.jpg นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 170 C 35-45 นาที หรือจนกว่าบิสกิตจะเป็นสีเหลืองทองสวย
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-14.jpg เมื่อเสร็จแล้วบิสกิตจะหน้าตาเป็นฉะนี้ จัดการให้น้องหมาลองชิมได้เลย

************************

วิธีเก็บรักษา

- เก็บในขวดโหลที่มีฝาปิดสนิทแน่นๆ ห้ามชื้นโดยเด็ดขาด ขนมจะเก็บได้ประมาณ 3 อาทิตย์ค่ะ (จริงๆ อาจถึง 1 เดือนแต่ของที่บ้านเวลาทำไม่เคยเหลือนานขนาดนั้นสักที)
http://topicstock.pantip.com/jatujak/topicstock/2006/06/J4497904/J4497904-16.jpg หุๆหลังจากชมบิสกิตpantip ก็ไปดูแบบอื่นกันนะครับทำขนม-บิสกิตตับ

เริ่มจากส่วนผสมก่อนน่ะค่ะ ดัดแปลงจากสูตรบิสกิตโฮ่งๆ ของแม่บัดดี้ค่ะ ของคุณแม่บัดดี้ด้วยค่ะ

ส่วนผสม
1. แป้งสาลีโฮลวีท 600 กรัม (6 ถ้วย)
2. ตับปั่น 1 กิโลกรัม (แบ่งใส่แป้ง 1 ถ้วย ที่เหลือแต่งหน้าค่ะ)
3. ไข่ไก่ 2 ฟอง
4. นมถั่วเหลืองเจ 300 มิลลิลิตร (ของแม่บัดดี้ใช้นมแพะค่ะ แต่ที่บ้านไม่กินเลยใช้นมถั่วเหลืองล้วนๆ แบบไม่มีนมวัวผสมค่ะ)

วิธีทำ
1. นำตับไปปั่นให้ละเอียด และนำไปต้มให้พอสุก
2. นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมเข้าด้วยกัน โดยตับปั่นจะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยตวง 1 ถ้วยใส่ในตัวบิสกิต ปั้นเป็นก้อนโด พักไว้ก่อนค่ะ
3. ใช้ลูกกลิ้ง กลิ้งให้เป็นแผ่น
4. กดพิมพ์ตามต้องการ
5. จัดเรียงใส่ถาด (ในที่นี้เอาเนยจืดทาเพื่อไม่ให้ติดถาด) วางหน้าตับปั่นที่เหลือ
6. เข้าอบ ตั้งอุณหภูมิที่ 165 องศา ใช้เวลาอบ 25-30 นาที
7. ให้น้องหมาทานได้เลยค่ะอ้า ขอบคุณทั้งสองท่านด้วยที่แบ่งปันข้อมูลดีๆต่อๆครับ:Emo-korea_030: อันนี้บิสกิตหมีโฮ่งๆของแม่บัดดี้
บิสกิตหมี โฮ่ง โฮ่ง (Whole Wheat Biscuit),

บิสกิตหมี สูตรนี้แม่ผมคิดเอาเอง ว่า ถ้าทำแบบนี้พวกผมและเพื่อนโฮ่งๆ น่าจะชอบ วิธีทำก็ง่ายๆ ส่วนผสมเป็นสารจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีสารเคมีที่เป็นของไม่ใช่ธรรมชาติ แม่ทำบิสกิตสูตรนี้ไปฝากขายในงานแข่งกีฬาสุนัข ที่เดอะมอลล์ บางกะปิ เมื่อวันที่ 18 - 19 กพ. 2549 เพื่อนำเงินรายได้ในการขายขนมไปทำบุญช่วยหมาจรจัดกับห้องหมาจตุจักร ของ พันทิบ :laughing:

ส่วนผสม

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit1.jpg

- แป้งโฮลวีท 6 ถ้วย (600 กรัม)
- ไข่ 2 ฟอง
- นมผง 1 ถ้วย
- นมแพะ 1 3/4 ถ้วย (325 ซีซี)
- น้ำซุปตับ 1/4 ถ้วย

วิธีทำ

- เปิดเตาอบไว้ที่ 165 องศาซี

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit2.jpg

- ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้เป็นก้อนแป้ง (โด)

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit3.jpg

- เอาแป้งมาใช้ลูกกลิ้งแผ่ให้หนา 3/4 ซม. ให้เอาแป้งสาลีโรยพื้นผิวโต๊ะที่จะแผ่แป้งด้วยจะได้ไม่ติด

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit4.jpg

ตัดตามพิมพ์ที่ชอบ เอาเข้าอบที่ 165 องศาซี นาน 25 - 30 นาที

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit5.jpg

พักไว้ให้เย็นขนมจะแข็งตัว หอม ชื่นใจ น่าหม่ำมาก:smile:

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit6.jpg

หอม ชื่นใจ น่าหม่ำมาก:smile:

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit.jpg

แล้วผม ก็ถูกเลือกให้ทำหน้าที่เทสเตอร์:smile:

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit7.jpg

ฮิปปี้ก็ต้องทำหน้าที่เทสเตอร์ เช่นกัน ฮิปปี้กินแบบลืมเคี้ยว แป๊บเดียวหมดเลย:wassat:

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit8.jpg

พอแม่ผมเห็นว่า.. เทสเตอร์ในบ้านบอกว่าผ่าน พี่เลี้ยงผมก็แพ็คขนมใส่ถุง เตรียมส่งให้พนักงานตรวจสอบคุณภาพตรวจ เพื่อให้พนักงานส่งของส่งไปขายทำบุญช่วยพี่ๆ น้องๆ ที่ไม่มีบ้านต่อไป ชมภาพการตรวจสอบคุณภาพได้ที่นี่ (http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=buddy&group=9&month=02-2006&date=21&blog=4) :smile:

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/bear_biscuit00.jpgสูตรแม่บัดดี้คงอร่อยแน่ๆนะครับ เพื่อนลองทำตามทั้งสามท่านนะครับ

Mackoko
22-03-2009, 19:23
ไปดูสูตรแม่บัดดี้มาครับ
บราวทิมปานี ...(Beef Brownies)
ส่วนผสม


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany1.jpg

- เนื้อบด 1 กิโลกรัม
- แป้งข้าวไรซ์ดำ 3 ถ้วย
- จมูกข้าวสาลี (wheat germ ) 2 ถ้วย
- ไข่ 3 ฟอง
- ชีสผง 2 1/2 ช้อนโต๊ะ
- นมผง 1 ถ้วย
- เกลือ 1 ช้อนชา

วิธีทำ

- ใส่แป้ง จมูกข้า ชีสผง นมผง ผสมรวมกันคนให้เข้ากัน


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany2.jpg

- ใส่เกลือลงไปตีพร้อมไข่เทลงไปผสมในชามแป้งนวดให้เข้ากัน


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany3.jpg

- ใส่เนื้อบดนวดต่อให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany4.jpg

- เอาเทลงในถาดอบที่ทาเนยขาว หรือรองกระดาษไขแล้วให้หนาประมาณ 1/3 นิ้ว โดยใช้ลูกกลิ้งๆ ให้เสมอกัน


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany6.jpg

- เอาเข้าอบไฟ 175 องศา นาน 35 นาที มาตั้งพักให้เย็นแล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม หรือรูปร่างที่ต้องการ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/brown_timpany.jpgยังไม่หมดครับ มีอีกเยอะเลยครับคุ๊กกี้.. โฮ่ง...โฮ่ง.. แสนสนุกคุ๊กกี้สูตรนี้แม่ผมปรับปรุงมาจาก Canine Cookies วิธีทำก็ง่ายๆ ส่วนผสมเป็นสารจากธรรมชาติทั้งหมด ไม่มีสารเคมีที่เป็นของไม่ใช่ธรรมชาติ แถมเป็นคุ๊กกี้ที่สร้างความสุขในการกิน สร้างความสนุกสนานในการเล่นโปลิสจับขโมยระหว่างผมและฮิปปี้ ให้แม่ฮาท้องคัดท้องแข็ง :laughing:

ส่วนผสม

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/fun_cookie.jpg

- นมผง 1/2 ถ้วย
- ไข่ 1 ฟอง (ตีให้แตกเป็นเนื้อเดียวกัน)
- แป้งอเนกประสงค์ 2 1/2 ถ้วย
- น้ำตาลทรายแดง 1 1/2 ช้อนโต๊ะ
- นมแพะ 1/2
- น้ำซุปไก่ 6 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

- เปิดเตาอบไว้ที่ 165 องศาซี

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/fun_cookie1.jpg

- ผสมส่วนผสมทุกอย่างเข้าด้วยกันให้เป็นก้อนแป้ง (โด)

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/fun_cookie3.jpg

- เอาแป้งมาแผ่ให้หนา 1/2 นิ้ว ให้เอาแป้งสาลีโรยพื้นผิวโต๊ะที่จะแผ่แป้งด้วยจะได้ไม่ติด ตัดตามพิมพ์ที่ชอบ เอาเข้าอบที่ 165 องศาซีนาน 25 - 30 นาที พักไว้ให้เย็นคุ๊กกี้จะแข็ง

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/fun_cookie6.jpg

หอม ชื่นใจ น่าหม่ำมาก:smile:ขนมหนึบ.. ข้าวโอ๊ตตับ
ส่วนผสม


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/liver_oat.jpg

- ตับ (อะไรก็ได้) 300 กรัม
- ไข่ 1 ฟอง
- แป้งอเนกประสงค์ (แป้งข้าวเจ้าก็ได้) 1 1/4 ถ้วย
- นมผง 1/2 ถ้วย
- ข้าวโอ๊ต 1/4 ถ้วย
- เนยละลาย 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/liver_oat1.jpg

- หั่นตับเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่เครื่องปั่นปั่นให้ละเอียด


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/liver_oat3.jpg

- เอาส่วนผสมทุกอย่างใส่ในชามผสมคนให้เข้ากันจนหนึบๆ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/liver_oat5.jpg

- ตักหยอดใส่ถาดที่ทาเนยขาวไว้ อบ 160 องซาซีนาน 30 นาที ถ้าต้องการให้เป็นขนมหนึบๆ
แต่ถ้าต้องการกรอบก็ลดไฟลงแล้วอบนานขึ้น พักให้เย็นป้อนให้คุณๆ ทั้งหลายได้ :smile:


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/liver_oat7.jpg

แต่วันนี้รอขนมเย็นเองไม่ไหว พี่เลี้ยงเลยฉีกให้เป็นชี้นๆ จะได้เย็นเร็วขึ้น :laughing:
บัดดี้ อยากให้สตางค์กินจังเลย:Emo-korea_025:
เค็กตับเนื้อรวมมิตร (Liver & Beef Cake for Dogs)
ส่วนผสม (สำหรับ 20 ที่ ทั้งหมาและคน)


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake1.jpg

- เนื้อบด 1 กิโลกรัม
- ตับบด 1 กิโลกรัม
- ข้าวซ้อมมือหุง 3 ถ้วย
- แครอทสับ 1 ถ้วย (ผักอะไรก็ได้รวมกัน 3 ถ้วย)
- เซลาลี่ หรือฟักทองสับ 1 ถ้วย
- ผักกาดสับ 1 ถ้วย
- ไข่ 2 ฟอง
- เนยละลาย หรือ น้ำมันมะกอก 2 ช้อนโต๊ะ
- เกลือ 1/2 ชช.

ส่วนผสมหน้า


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake81.jpg

- มันฝรั่งบด 4 ถ้วย (8 หัว)
- นมจืดหรือครีม 1 ถ้วยตวง
- เนย 6 ช้อนโต๊ะ
- น้ำสีแดงจากบีทรูท 1 - 2 ช้อนโต๊ะ (บีทรูท 1 หัว)


วิธีทำ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake50.jpg

- เปิดเตาอบ 180 องศาซี ทาเนยในพิมพ์อบขนมเค้กขนาด 9 นิ้ว


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake2.jpg

- เอาเนื้อบด ข้าวสวย แครอท เซลาลี่ ผักกาด ใส่อ่างผสมใบใหญ่


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake10.jpg

- ตีไข่ เนย ใส่ลงในชามผสมอีกใบผสมให้เข้ากัน


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake5.jpg

- ใส่ในพิมพ์อบ 1 1/2 ชั่วโมง จนเนื้อสุก พักไว้ให้เย็น

วิธีทำหน้า


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake82.jpg

- นำมันฝรั่งปอกเปลือกหั่นไปต้มจนนิ่ม เอามันขึ้นมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำ เอาที่บดมันฝรั่งบดมันให้ละเอียด


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake83.jpg

- เติมนมในมันบดตั้งบนเตาให้ปุดๆ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake84.jpg

- หั่นบีทรูทให้ละเอียดนำไปโขลก ใส่น้ำ 2 ช้อนโต๊ะลงไปในบีทรูท คั้นน้ำออกจากกากโดยการใช้กระชอนกรอง


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake9.jpg

- นำมันบด 3 1/2 ถ้วยปาดบนหน้าเค็กที่เย็นแล้ว


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake85.jpg

- ที่เหลือประมาณ 1/2 ถ้วย เติมน้ำสีแดงจากบีทรูท หรือ สีอื่นจากพืชผักอื่นตามชอบ ผสมให้เข้ากัน ใส่ในถุงบีบแต่งหน้าเค็ก เขียนลวดลายตามชอบ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake.jpg

วันนี้แม่ทำเค็กสูตรนี้ 3 ปอนด์ 1 ก้อน กับ 2 ปอนดฺอีก 1 ก้อน เค็กเมนูนี้ผมการันตีว่าอร่อยมาก 555 ผมกินไป 1 ปอนด์ครึ่ง พี่ลินกินไป 1 ชิ้นโดยไม่ต้องให้พี่เลี้ยงป้อน ส่วนฮิปปี้กินไป 2 ชิ้นขนาดที่ตัดข้างล่างนี่แหละ


http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/Liver_Beef_Cake0.jpg



วันหลังถ้าเพื่อนๆมีโอกาสไปดูบล็อกนายบัดดี้ได้นะครับช็อคบอล จาก บัตเตอร์เค็ก จากวันก่อนที่แม่ผมทำบัตเตอร์เค็กเพื่อนำไปเป็นไส้ขนมปัง แต่บริเวณขอบๆ เค็ก ที่เหลือจากตัดไปเป็นไส้ขนมปังยังเหลืออยู่ แล้วก็เป็นชิ้นไม่สวยแล้วด้วย แม่เลยจัดแจงเอามาทำเป็นช็อคบอลเมนูที่ผมนำมาโชว์วันนี้ แต่ช็อคบอลแม่ผมนี่หวานมันสุดๆ จริงๆ

ส่วนผสม

- เค้กเนย 160 กรัม
- ผงโกโก้ 1 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นจืดแบบครีมข้น 1 ช้อนโต๊ะ (ใช้คาร์เนชั่นสูตรเข้มข้น)
- นมข้นหวาน 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ


ส่วนผสมช็อคโกแล๊ตเคลือบ

- ช็อกโกแลตนม 100 กรัม
- เนย 1 ช้อนโต๊ะ
- นมข้นจืดแบบครีมข้น 4 ช้อนโต๊ะ (ใช้คาร์เนชั่นสูตรเข้มข้น)



วิธีทำ

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball1.jpg

- นำเนื้อเค้กมาบดให้ละเอียด วันนี้แม่ใช้ที่บดมันบดบด (แต่ถ้าทำเยอะๆ ใช้เครื่องปั้นสะดวกกว่า)

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball2.jpg

- นำผงโก้โก้ละลายในน้ำอุ่น เติมนมข้นจืด นมข้นหวาน คนให้เข้ากัน

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball3.jpg

- นำส่วนผสมโกโก้ละลายเทใส่ในเค็กที่บดไว้ คนพร้อมบดให้เนื้อเนียนละเอียด (ถ้าชอบถั่วอบหรือลูกเกดสามารถผสมลงไปในเนื้อเค็กก่อนที่จะปั้นได้ตามชอบ)

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball4.jpg

- นำเค็กผสมโกโก้มาปั้นเป็นลูกบอลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 นิ้ว

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball5.jpg

- นำบอลซ็อคโกแลตที่ปั้นไว้ประมาณ 17 ลูก เข้าเตาอบไฟบนล่างที่อุณหภูมิ 180oC ประมาณ 3-5 นาที ขั้นตอนนี้แม่บอกอบเพื่อฆ่าเชื้อโรคที่อาจจะติดมากับมือคนปั้นเสียหน่อย แต่ถ้าใครมือปลอดเชื้อไม่ต้องอบก็ได้ อบเสร็จก็พักให้เย็น

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball6.jpg

- ระหว่างรอช็อคโกแล๊ตบอลเย็นก็มาตุ๋นช็อคโกแล็ตโดยใช้ไมโครเวฟ นำเนยไปละลายในไมโครเวฟ โดยเปิดไฟไว้ที่ไฟทำละลาย 1 - 2 นาที

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball7.jpg

เอาออกมาใส่นม ใส่ช็อคโกแลตหั่นชิ้นเล็กๆ แล้วนำเข้าไมโครเวฟโดยใช้ไฟทำละลาย 1 - 2 นาที เอาออกมาคนให้เข้ากัน

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball.jpg

- นำช็อคบอลมาชุบช็อกโกแลตหวานที่ตุ๋นไว้พักให้เย็น นำไปใส่ถ้วยฟอยล์เล็กๆ เอาไปฝากเพื่อนๆ โดยผ่าดูเนื้อในก็จะมีหน้าตาแบบนี้

http://elara.lunarservers.com/~ptv003/goong/cooking/data/upimages/choc_ball00.jpg

Mackoko
22-03-2009, 22:13
อิๆต่อไปสูตรพี่ชายผมเอง เมื่อกี้เสียงสตางค์(หุๆเด๋วให้กินก่อนเพื่อนเลย)
เผอิญว่าคืนนี้ หิวมากครับ พุงมันร้อง อดใจไม่ไหว ขี่จักรยานไปเรื่อยๆก็เจอร้านนมปั่นอร่อยที่สุดในเชียงคาน สั่งขนมปังนมเนย บลูมิ้นท์ นมสด(เย็น)ปั่น พอจะกลับ
เกือบไม่ได้กินแล้วครับ ขาไปก้อเหมือนกัน บลูมิ้นท์อร่อยมากๆครับ อร่อยทุกอย่าง:Emo-korea_025: สตางค์ไม่ได้อยู่เชียงคานครับ อยู่วังสะพุง หลังอิ่มๆแล้ว ก็กินโจ๊ก(แม่เตรียมไว้ให้)อร่อยอีกแล้ว ทำให้ผมอิ่มเต็มที่ แม้วันนี้ทั้งวันไม่ได้กินอะไร ก็อิ่ม:Emo-korea_030: :Emo-korea_043: โทษครับ เริ่มลงมือทำขนมปังนมเนยง่ายๆเลยครับ:Emo-korea_061:
ขนมปังปิ้งนมเนยแสนอร่อยไม่ไหม้
ก่อนอื่นเลยนะครับ หยิบขนมปังทาเนย แล้วปิ้งเลยครับ(โทษครับ เครื่องปิ้งขนมปัง)
หลังจากนั้นพอปิ้งเสร็จ ก็ทา(แว๊ก ทาอะไรนะ)นมมั่งครับ มันเป็นซอส

sato
22-03-2009, 22:40
:Emo-korea_062: :Emo-korea_016:

Mackoko
22-03-2009, 23:27
ขอบคุณทุกคนที่เสนอนะครับ
ต่อไปอาหารโปรด ข้าวจี่ ครับผม
http://guideubon.com/news/images/SunDecember2007143934_kaogi01.jpg
อันนี้คัดลอกมาครับ




ส่วนประกอบ
1. ข้าวเหนียวหนึ่งสุก (ได้ข้าวเหนียวใหม่จะอร่อยมากค่ะ)
2. เกลือ
3. ไข่สด
วิธีทำ
น้ำข้าวเหนียวที่หนึ่งสุกแล้วมาปั้นให้ได้ขนาดพอเหมาะกับการย่าง หรือ ปิ้ง แล้วโรยด้วยเกลือป่นค่ะ น้ำขึ้นเตาถ่านเพื่อปิ้งให้สุกเหลืองน่าทานนะคะ
พอได้ข้าวเหนียวที่ปิ้งไฟได้สุกเหลืองน่าทาน นำข้าวเหนียวมาชุบไข่ที่เตรียมไว้ อ้อ ไข่ตีให้แตกเหมือนไข่ที่เราจะเจียวนะคะ หลังจากชุบไข่แล้ว น้ำไปปิ้งไฟอีกรอบค่ะ เราจะได้ข้าวจี่ทาไข่ที่อร่อยรสชาติหอม มัน เลยค่ะ
ดูได้จากภาพประกอบค่ะ

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee.jpg
นี่เลยค่ะ ข้าวเหนียวใหม่นึ่งสุก...เหลือในกระติ๊บแค่นี้เพราะสายน้ำกินไปแล้วค่ะ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee2.jpg
นำมาปั้นให้ได้ขนาดพอเหมาะ พอดีค่ะ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee3.jpg
เอาไปปิ้งค่ะ ที่เตาถ่าน อย่าใช้ไฟแรงนะคะ เดี๋ยวไหม้
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee4.jpg
ปิ้งให้ได้สุก เหลืองแบบนี้นะคะ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee5.jpg
นำมาชุบกับไข่ค่ะ แบบนี้เลย
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee6.jpg
น้ำไปปิ้งต่อค่ะให้ไข่สุกค่ะ ...เจ้าปลา 3 ตัวนั่นไม่เกี่ยวนะคะ...อิอิ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee7.jpg
ไงคะ สุกแล้ว เหลืองน่าทานไหมคะ...น้ำลายไหลยังคะ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee8.jpg
แหะ ๆๆๆ ไหม้ไปนิ้ดค่ะ...แต่สุกพร้อมทานได้เลยค่ะ
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/893/5893/images/kaojee/kaojee9.jpg
เห็นไหมคะ...ไข่ซืมเข้าไปถึงข้างใน ปิ้งให้สุกด้วยไฟอ่อน ๆ ค่ะ จะได้หน้าตาแบบนี้...น่าทานไหมคะ

โดย Sainam (http://www.oknation.net/blog/sainam)
http://www.oknation.net/blog/images_print/space.gif

Mackoko
23-03-2009, 00:18
อันนี้นมปั่นหลายสูตรจร้า^-^
c o l o r f u l * m i l k s h a k e

ของกินง่ายๆสำหรับงานปาร์ตี้ -- สามารถทำกันเองได้อย่างสนุกสนาน

ขอแนะนำเมนูแรก คือ



น ม ปั่ น ห ล า ก สี


ส่วนผสมพื้นฐาน

1. นมรสหวาน 5 ช้อนโต๊ะ

2. น้ำเชื่อม 1 ช้อนโต๊ะครึ่ง

3. นมข้นหวาน 1 ช้อนโต๊ะ

4. น้ำแข็ง 1 แก้ว


ผสมทุกอย่างลงในโถปั่นหรือใครจะใส่ไอศครีมรสวนิลลาลงไปด้วยก็ได้นะคะ



หมายเหตุ: น้ำเชื่อมสามารถทำได้เองโดยใช้อัตราส่วนน้ำ:น้ำตาลทรายต้ม

รวมกัน 1 : 1 เช่น น้ำตาลทราย 100 กรัม ก็ใช้น้ำ 100 กรัม ตั้งไฟ

กลางพอเดือด ห้ามคน ทิ้งให้เย็น


http://270days.exteen.com/images/milk1.1.jpg


หลังจากได้นมปั่นกันแล้ว ก็นำมาเพิ่มสี และรสชาติด้วยน้ำหวานหลากสี


โดยเติมน้ำหวานสีที่ชอบ หรือจะใส่ทุกสีก็ได้ แล้วคนให้เข้ากับนมปั่น


http://270days.exteen.com/images/milk2.jpg



หลังจากนั้นก็นำท็อปปิ้งมาโรยให้สวยงาม หรือใครจะใส่คุ๊กกี้

หรือขนมอื่นๆลงไปก็ย่อมได้แต่เมื่อทานเสร็จต้องแปรงฟันด้วยนะครับ


http://270days.exteen.com/images/milk3.jpg
ส่วนอันต่อไป คือสูตรนี้เลยครับ ดูแล้วน่ากินมากเลยครับ:Emo-korea_025:
ขั้นตอนที่ 1 การเตรียมวัตถุดิบ
1.นมสดhttp://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/milk.jpg2.ผงรสชาติชนิดต่าง ๆ http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/powder-fruts.jpg2.น้ำแข็งhttp://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/ice.jpg2.น้ำเชื่อมhttp://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/sugar-water.jpg2.ท็อปปิ้งต่าง ๆ http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/gred-sugar.jpg
http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/o-jo.jpg
http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/yelly.jpg
http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/sause-choc.jpg
http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/sause-storbery.jpg

การผลิต
http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/milk-1-cup2.jpgขั้นตอนที่ 1
เทนมลงในถ้วยตวงที่เตรียมไว้
โดยใช้นม 1 ถ้วย
ต่อผลิตภัณฑ์ 1 แก้ว http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/input-powder-fruite-in-milk.jpgขั้นตอนที่ 2
ผสมผงรสชาติ กับนมสด
เข้าด้วยกัน โดยใช้อัตราส่วน
นม 1 ถ้วย ต่อ
ผงรสชาติ 1 ช้อนโต๊ะ http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/wait.jpgขั้นตอนที่ 3
คนให้ผงรสชาติกับนมสด
เข้ากันhttp://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/input-sugar-water-half-cup.jpgขั้นตอนที่ 4
เทน้ำเชื่อมลงในนมสด
ที่ผสมกับผงรสชาติ
โดยใช้อัตราส่วนดังนี้
น้ำเชื่อม ครึ่งถ้วย
ต่อนมสด 1 ถ้วย http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/input-ice-in-machine.jpgขั้นตอนที่ 5
เทน้ำแข็งใส่ลงไป
ในเครื่องปั่นน้ำผลไม้
โดยกะประมาณ 1 แก้วพูน http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/input-milk-in-machine.jpgขั้นตอนที่ 6
เทส่วนผสมทั้งหมด
ลงในเครื่องปั่นhttp://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/spin.jpgขั้นตอนที่ 7
ปั่นให้ส่วนผสม
ทั้งหมดเข้ากัน
หรือปั่นจนละเอียด http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/input-cup.jpgขั้นตอนที่ 8
เทนมสดที่ปั่นเรียบร้อยแล้ว
ลงในแก้วที่เตรียมไว้ http://www.e-tech.ac.th/project/grp51021/milk/finish2.jpgขั้นตอนที่ 9
ตกแต่งด้วยท็อปปิ้ง
ตามที่ต้องการ
ให้สวยงามเสร็จแล้วจร้า



Oreo Milk Frappe'

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01376.jpg


เรื่องทำขนมเอาไว้ทีหลังนะ เจี๊ยบจะทำนมปั่นใส่โอรีโอ + ชาเย็นก่อนนะเต๊อะ http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Blog/Bullet/shop_23.gif

- นมสด (รสจืด หรือพร่องไขมันเนย หรือ No Fat ก็ได้ ) 1 + 1/4 ถ้วย
- น้ำแข็งบด(ละเอียด) 1 ถ้วย
- ชาเย็น(แบบผงสำเร็จรูปที่ชงแล้ว) 1/4 ถ้วย
- โอรีโอ 1 แพ๊ค ( มี 3 ชิ้น)
- น้ำตาลไลท์ซูการ์ 2 ช้อนชา


http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01356.jpg


จะใส่กี่ชิ้นก็ได้ตามใจชอบ แต่เจใส่ 2 ชิ้นที่เหลือไว้ตกแต่งเล่น

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01357.jpg


ใส่ชาเย็นที่ชงแล้ว + น้ำตาลไลท์ + นมสด + น้ำแข็ง

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01359.jpg


ปั่นๆๆๆๆๆๆ

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01363.jpg


เอ...ยังไม่ละเอียดพอ ไม่งั้นเดี๋ยวติดหลอด ดูดไม่เข้าแน่http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Blog/Emoticons%202/kapook-14196-9786.gif

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01365.jpg


ปั่นๆๆๆๆๆ จนโอเชละ

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01366.jpg


เสร็จแย้ว http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Blog/Emoticons/icon_wink.gif

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Drink/DSC01373.jpgหลังนมปั่นเสร็จ ก็มาต่อที่พุดดิ้งครับผมhttp://www.horapa.com/webboard/photo/Horapa20070521_080433.gif (http://www.horapa.com/webboard/view.php?pic=Horapa20070521_080433.gif)
คาราเมลคัสตาร์ด

Ingredients

1. นมสดชนิดจืด 2 ถ้วย
2. วานิลลา 1 ช้อนชา
3. ไข่แดงของไข่ไก่ 2 ฟอง
4. ไข่ไก่ทั้งฟอง 2 ฟอง
5. น้ำตาลทราย 1 ถ้วย
6. เกลือป่น 1/8 ช้อนชา

Methods

1. เปิดเตาอบให้ร้อนเตรียมไว้ที่ 200 องศาเซลเซียส
2. ทำคาราเมลเตรียมไว้โดยตวงน้ำตาล 1/2 ถ้วยใส่พิมพ์อะลูมิเนียม พิมพ์ละ 2 ช้อนโต๊ะ ตั้งไฟอ่อน ค่อยๆ เอียงให้น้ำตาลไหลไปทั่วพิมพ์จนละลายหมดและมีสีน้ำตาลอ่อน ระวังอย่าให้ไหม้ พักไว้
3. ทำคัสตาร์ดโดยผสมนมจืดกับวานิลลา ตั้งไฟอ่อนให้เดือด ยกลง พักไว้
4. ผสมไข่ไก่กับน้ำตาลที่เหลือในชามผสม ตีพอไข่แตก ค่อยๆ เทนมในข้อ 3 ลงไป ระวังอย่าให้ไข่สุก ใส่เกลือ ผสมให้เข้ากัน เทลงในพิมพ์คาราเมลที่เตรียมไว้
5. วางพิมพ์ในถาดขอบสูง เทน้ำร้อนใส่ถาดให้มีระดับน้ำเท่ากับระดับส่วนผสมในพิมพ์ นำถาดไปตั้งไฟ พอเริ่มเดือดจึงนำถาดไปใส่เตาอบประมาณ 40 นาทีหรือจนสุก ยกออก ตั้งไว้ให้เย็นจึงนำเข้าตู้เย็น
6. เมื่อจะเสิร์ฟจึงนำพิมพ์ขนมออกจากตู้เย็น กรีดขอบด้านในพิมพ์ด้วยมีด นำจานที่จะจัดขนมเสิร์ฟคว่ำปิดลงบนพิมพ์ แล้วพลิกจานกลับให้หงายขึ้น เสิร์ฟ http://www.horapa.com/webboard/photo/horapa20070521_084451.jpg (http://www.horapa.com/webboard/view.php?pic=horapa20070521_084451.jpg)
ช็อกโกแลตพุดดิ้ง

ส่วนประกอบ

• นมพร่องมันเนย 1 3/4 ถ้วย
• แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
• ครีมข้น (Heavy Cream) 1/4 ถ้วย
• น้ำตาลทรายแดง 6 ช้อนโต๊ะ
• เกลือ 1/4 ช้อนชา
• กลิ่นวานิลลา 1 1/4 ช้อนชา
• ช็อคโกแล็ตชนิดไม่หวานขนาดสี่เหลี่ยมจตุรัส 3 ชิ้น (นำมาสับละเอียด หรือใช้ผงโกโก้ 4 ช้อนโต๊ะ)

วิธีทำ

• นำนมไปต้มในกระทะพอเดือด ผสมแป้งข้าวโพด เกลือน้ำตาล และครีมในชาม คนให้เข้ากัน
• นำส่วนผสมที่ได้ไปเทลงในนมที่ต้มอยู่ เปิดไฟอ่อน จนกระทั่งส่วนผสมเหนียวข้น คนต่อไปอีก 2-3 นาที
• เติมวานิลลาและช็อคโกแล็ต (หรือโกโก้) คนจนละลาย เทาใส่แก้วที่ใช้สำหรับเสิร์ฟ และนำไปแช่เย็น (ถ้าใช้ผงโกโก้ ควรนำไปละลายน้ำร้อน 2 ช้อนโต๊ะ ก่อนผสม)

http://www.horapa.com/webboard/photo/Horapa20070521_094351.gif (http://www.horapa.com/webboard/view.php?pic=Horapa20070521_094351.gif)


พุดดิ้งชาเขียว

Ingredients

1. น้ำร้อน 3 ถ้วยตวง
2. ชาเขียวแบบซองสำเร็จรูป 3 ซอง
3. นมข้นหวาน 1/3 ถ้วยตวง
4. เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
5. แป้งข้าวโพด 3 ช้อนโต๊ะ
6. สีผสมอาหารสีเขียว
7. เนยสด 2 ช้อนโต๊ะ
8. ไข่แดง 2 ฟอง
9. วิปครีม

Methods

ใส่น้ำร้อนลงในหม้อเคลือบ นำชาเขียวแบบซองสำเร็จรูปมาใส่ลงไป แช่ไว้พักใหญ่จนได้น้ำชาเขียว จากนั้นใส่นมข้นหวานลงไปละลายให้เข้ากัน แล้วเหยาะเกลือป่นลงไปด้วย นมที่ผสมแล้วนั้นแบ่งมาประมาณ ¼ ถ้วยตวง เพื่อละลายแป้งข้าวโพดแล้วเทคืนลงไปในหม้อ หยดสีผสมอาหารสีเขียวลงไป 1-2 หยดพอให้ได้สีเขียวที่ชอบ คนให้เข้ากัน ยกหม้อไปตั้งบนเตา ใช้ไฟกลาง หมั่นคนบ่อยๆ เพื่อไม่ให้ติดก้นหม้อ พอเดือดปุดๆ ก็ใส่เนยสดลงไป คนจนเนยละลายและส่วนผสมเข้ากันดีก็ยกลง เติมไข่แดงลงไปในส่วนผสม คนให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วยกหม้อขึ้นตั้งไฟอีกครั้ง พอเดือดปุดๆ ก็ยกลง ทิ้งไว้ให้อุ่นก่อนตักใส่ถ้วยแก้วสวยๆ แล้วนำไปแช่ในตู้เย็น เวลาจะกินก็ใช้ที่ตักไอศกรีมตักพุดดิ้งเป็นลูกกลมๆ ใส่ลงไปในถ้วยไอศกรีมแบบแก้วก้านยาว หยิบกระป๋องวิปครีมมาเขย่า แล้วบีบออกมาเป็นดอกฟูๆ สีขาวด้านบน หยิบเอ็มแอนด์เอ็มเม็ดช็อกโกแลตเคลือบสีโรยหน้าอีกนิด ก็เป็นอันว่าเรียบร้อย มาดูสูตรพุดดิ้งคุณส้มzomzaa.comนะครับ:Emo-korea_030: :Emo-korea_025: :Emo-korea_020:
Pudding Caramel Custard (พุดดิ้งคาราเมล คัสตาร์ด)

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_icons/puddingcaramel-icon.gif
วันนี้ชวนเพื่อน ๆ มาทำของอร่อย นุ่มลิ้น ทานกันดีกว่าคะ ทำไม่ยากแต่ทำไม๊ทำไมขายกันซะแพงเลย ไม่เป็นไรคะ ต่อไปทำทานเองก็ได้ ง่ายนิ๊ดเดียว สูตรส้มได้มาจากคุณแก้มคะ คุณแก้มบอกว่าคาราเมลสูตรนี้แปลมาจากเว็บญี่ปุ่นอีกทีนึง ขอบคุณมากเลย เพราะสูตรนี้มันอร่อยจริง ๆ คะ window.google_render_ad();ส่วนผสม (ตัวพุดดิ้งคัสตาร์ด) ทำพุดดิ้งได้ 3 ถ้วยคะ
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-1.gif
ไข่แดง 1 ใบ
ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 ใบ
น้ำตาลทราย 25 กรัม
วิปปิ้งครีม 125 กรัม
นมสด 50 กรัม
กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
ส่วนคาราเมล
น้ำตาลทราย 25 กรัม
น้ำเปล่า 25 กรัม
ลุยกันเลยจ้า..
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-2.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-3.gif
1. ใช้แปรงทาเนยให้ทั่วพิมพ์ เตรียมน้ำใส่ถาดไว้ด้วยคะ ประมณ 1/3 ถาด จากนั้นให้วอร์มเตา ไว้ที่ 180องศาจ้ะ แล้วนำถาดใส่ลงไปพร้อมกับการวอร์มเตาเลยคะ (ต้มน้ำในถาดให้ร้อนซะก่อน)
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-4.gif
2.ต่อจากนั้นก็มาทำส่วนคัสตาร์ดกันคะ ใช้ตะกร้อมือคนไข่ให้แตก คนเบาๆ นะจ๊ะ
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-5.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-6.gif
3. จากนั้นเติมน้ำตาลทราย เติมนม+วิปปิ้งครีม+วานิลลาลงไป คนเบาๆ ให้เข้ากันจนน้ำตาลละลายหมดคะ
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-7.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-8.gif
4. จากนั้นก็กรองส่วนผสมคะ เพื่อความเนียนนุ่มของเนื้อคัสตาร์ด แล้วพักไว้ก่อนคะ
หน้าคาราเมล

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-9.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-10.gif
5. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำเข้าด้วยกัน ตั้งไฟปานกลาง ไม่ต้องคนจ้ะ

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-11.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-12.gif
6. รอจนเดือด เดือดพุด ๆ แบบนี้เลยคะ ไม่ต้องทำอะไรเหมือนเดิม จากนั้นน้ำตาลจะเริ่มแห้ง และจะเริ่มเปลี่ยนสี เห็นป่าวเอ่ย..

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-13.gif
7. จะได้สีน้ำตาลอัมพันคะ จากนั้นรีบยกขึ้นจากเตาเลยคะ

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-14.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-15.gif
8. นำน้ำตาลที่ได้เทใส่พิมพ์ด้วยความรวดเร็ว (ย้ำว่าเร็วนะจ๊ะเพราะถ้าช้าแล้วจะก็น้ำตาลจะแข็งตัวคะ) การเทคือเทใส่พิมพ์ปุ๊บก็ให้กรอกพิมพ์ไปมาเพื่อให้น้ำตาลไหลทั่ว ๆ พิมพ์คะ ทนร้อนหน่อยนะจ๊ะ จะเห็นว่ารูปแรกน้ำตาลจะกรอกทั่วพิมพ์ แต่รูปที่ 2 ไม่สามารถคะ ^^” มันร้อนมาก ทำไม่ทัน แข็งไม่ยอมกลิ้งเลย...
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-16.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-17.gif
9. จากนั้นเทเนื้อคัสตาร์ดที่กรองไว้ตอนแรก ลงไปในพิมพ์เลยคะ (ส้มได้ประมาณ 3 พิมพ์) พิมพ์ที่ใช้เป็นพิมพ์พุดดิ้งคะ หรือถ้าใครไม่มีจะใช้พวกพิมพ์ถ้วยนึ่งข้าวแทนก็ได้นะจ๊ะ (ส้มใช้พิมพ์พุดดิ้ง 2 อัน และถ้วยนึ่งข้าว 1 ใบคะ)
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-18.gif
10. เปิดเตาคะ จะเห็นว่าถาดที่เราใส่น้ำไว้ตอนแรก ตอนนี้น้ำในถาดเดือดแล้ว อิอิ.. วางถ้วยพุดดิ้งลงไปในถาดเลยคะ แล้วลดไฟเหลือประมาณ 160 องศา ไฟบน – ล่างเหมือนเดิมจ้า.. แช่สปาไว้เลย ประมาณ 20 นาทีคะ
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-19.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-20.gif
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-21.gif
11. สุกแล้วจ้า.. นำถาดสปาออกมาจากเตาเลยคะ จากนั้นนำถ้วยพุดดิ้งมาพักไว้ให้เย็นก่อนคะ ลองแตะดูซะหน่อย ดึ๋ง ๆ มากเลยคะ นิ่ม ๆ หยุ่น ๆ อิอิ..^^” พอเย็นแล้วให้นำพุดดิ้งแช่ตู้เย็นต่ออีกอย่างน้อย 3 ชั่วโมงคะ
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-22.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-23.gif
12. วิธีการทาน ก็เตรียม พุดดิ้ง พร้อมจานรอง จากนั้นนำมีดกรีดขอบ ๆ พุดดิ้ง
http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-24.gif http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-25.gif
13. แล้วจึงคว่ำลงใสจานได้เลยคะ น่าหม่ำอะป่าว อิอิ^^’

http://www.zomzaa.com/uploads/cookery_images/Pudding/puddingcaramel-26.gif
14. เนื้อพุดดิ้งเนียนนุ่มมากเลยคะ รสไม่หวานมาก เข้ากันได้ดีกับคาราเมลน้ำตาลไหม้คะ กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากวนิลา เพื่อน ๆลองทำทานดูนะจ๊ะ ไม่ยาก ไม่ต้องซื้อเค้าหรอก มันแพง : ทำด้วยใจให้ด้วยรักจ้า..

Mackoko
23-03-2009, 00:41
ต่อครับผม พุดดิ้ง
พุดดิ้ง ขนมของว่างที่ทำสุดแสนจะง่ายและต้นทุนไม่แพงแต่เวลาไปซื้อเค้ากินทำไมแพงจริงแพงจัง มาทำพุดดิ้งไว้เป็นของหวานทานหลังอาหารกันดีกว่าค่ะ...
ส่วนผสม ((สูตรนี้ได้ 6 ถ้วยของพิมพ์สูง 3 1/2 ซ.ม ค่ะ))
ไข่ไก่ทั้งฟอง 2 ฟอง
ไข่แดง 2 ฟอง
น้ำตาล 1 50 กรัม
น้ำตาล 2 50 กรัม
นมสดรสจืด 350 กรัม
วนิลลา 1 ช้อนชา
น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำอุ่น 1 ช้อนโต๊ะ


http://img103.imageshack.us/img103/7708/puddingfk0.jpg (http://www.thaidogcenter.com/vb/)

มาดูวิธีทำกันค่ะ....
อุ่นเตาอบที่อุณภูมิ 160 องศาเซลเซียส เอาถาดใส่น้ำในประมาณ 1/4 ใส่ไว้ในเตาอบเลยค่ะ ((พรตั้งอุ่นไว้ 30 นาทีค่ะ))
เตรียมส่วนผสมให้พร้อมก่อน ไข่ วนิลลา น้ำตาลทราย 1 นมสดรสจืด
พิมพ์พุดดิ้งทาเนยพักไว้ก่อนเลยค่ะ
เทนมสดกับน้ำตาลทราย 1 ใส่หม้อ แล้วเอาไปตั้งไฟ ใช้พาย หรือ ตะกร้อมือคนให้น้ำตาลละลายจึงยกลง
เอาไข่ไก่ทั้งฟอง และ ไข่แดง ทั้งหมดมารวมกันและใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน ระวังพยายามอย่าให้มีฟอง
แล้วเติมวนิลลาลงไปคนให้เข้ากัน((พรใช้เครื่องผสมไข่ค่ะเลยเห็นเป็นฟองเยอะเลย อิอิ....))
เสร็จแล้วเอานมมาเทรวมกันกับไข่ แล้วคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วเอาไปกรอง พักไว้ก่อนนะคะ

ที่นี้มาทำคาราเมล หรือน้ำตาลไหม้กันค่ะ

นำน้ำตาลทราย 2 กับน้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ ใส่หม้อตั้งไฟกลางไม่ต้องคนนะคะ((ขั้นตอนนี้ต้องขออภัยไม่มีภาพ เดี๋ยวถ้าวันหลังทำอีกจะถ่ายภาพมาเพิ่มเติมให้นะคะ))
รอจนน้ำตาลเดือด สังเกตุถ้าก้นหม้อเริ่มเปลี่ยนสี ให้นับในใจประมาณ 1-8 แล้วให้ปิดไฟ แล้วยกหม้อออกจากเตา
แล้วกรอกน้ำตาลไปมาที่ก้นหม้อ((อย่ากรอกจนไหม้นะคะเดี๋ยวจะขม))พอได้เป็นสีน้ำตาลไหม้แล้วให้เอาน้ำอุ่นเติมแล้วคน เพื่อชลอความหนืดและการแข็งตัวของน้ำตาลไหม้
แล้วให้นำน้ำตาลไหม้มาเทใส่พิมพ์พุดดิ้ง ขั้นตอนนี้ต้องทำเร็วๆ หน่อยนะคะ ขืนช้าเดี๋ยวน้ำตาลแข็งจะเทไม่ลงค่ะ
กะปริมาณด้วยสายตา เทให้ครบทุกถ้วย พอเทเสร็จรีบกรอกน้ำตาลไหม้ให้ทั่วก้นพิมพ์พุดดิ้ง ถ้าเป็นไปได้ใช้ทั้งสองมือเลยค่ะ ((ระวังความร้อนของน้ำตาลด้วยนะคะ ถ้าตกใส่มือ มือพองเลยแหละค่ะ )) พอกรอกน้ำตาลเสร็จแล้วก็นำส่วนผสมของไข่ที่พักไว้ มาเทลงพิมพ์
เสร็จแล้วก็นำเข้าเตาอบ อุณภูมิ 160 องศาเซลเซียส ประมาณ 20 นาทีค่ะ
พอครบ 20 นาที เตาหยุดทำงานแล้ว อย่างพึ่งเอาออกจากเตาให้ทิ้งไว้ก่อนประมาณ 5 นาที ถึงจะเอาออกนะคะ
พอเอาออกจากเตาแล้วปล่อยให้เย็น แล้วจึงน้ำไปแช่ในตู้เย็น ให้เย็นก่อนทานนะคะ
เวลาจะเอาออกมาทานก็ใช้พายอันเล็กๆ แซะขอบข้างๆ แล้วคว่ำลงกับจานจะออกง่ายค่ะ.....
ต่อๆครับพุดดิ้งสตอเบอรี่
ชื่อว่าแม่ช้อยขาล่ำ ขืนทำพุดดิ้งธรรมดาก็เสียยี่ห้อหมดวันนี้เราจะมาทำ "พานาค็อตตา" กันนะจ๊า~ เคยเห็นขายตามร้านอาหารเสิร์ฟละ 150 - 170 บาท ที่จริงทำเองก็ได้ จ่าย 150 บาทซื้อนมกับครีมสดก็ทำแจกได้ทั้งซอยแล้วจ้า :-P

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna00.jpg

ก่อนอื่นก็มาเกริ่นเกี่ยวกับขนมชนิดนี้ก่อนเผื่อมีคนไม่รู้จัก Panacotta หรือ Panna cotta ในภาษา italian แปลว่า "cooked cream" จ้ะ ลักษณะก็สมชื่อ คือเป็นพุดดิ้งครีมนมเนื้อนุ่มเนียนละมุน หอมหวานมันจนแทบจะกลืนลิ้นตัวเองลงไปเวลากิน (โอ้ววว) หรือถ้าจะใช้ภาษาเด็กแถวนี้ต้องเรียกว่า "พุดดิ้งลื่นปรื๊ด" (หัวเราะ) ส่วนตัวแล้ว นี่เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพสำหรับการหลอกเด็กให้ชอบกินนมเลยล่ะ โฮ่ ๆ ๆ
พานาค็อตตานิยมทานกับผลไม้พวกเบอร์รี่ตามฤดูกาล แนะนำให้ทานกับผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานนิดนึงจะอร่อยมาก บางสูตรผสมเนื้อผลไม้ลงไปด้วย อย่างของยายดาจะชอบใช้เยลลี่รสเปรี้ยวๆ หวานๆ มาตัดรสหวานมันของพุดดิ้งชนิดนี้

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna01.jpg
ส่วนผสมมีดังนี้จ้ะ

นมสด
ครีม
น้ำตาล
เจลาตินแผ่น
วานิลลาสด 1 ฝัก หรือกลิ่นวานิลลา
เยลลี่สำเร็จรูป (ไม่ชอบก็ไม่ต้องใส่)
175 ml
175 ml
35 g
1 1/2 แผ่น
1 1/2 ช้อนชา
1 กล่อง

.
1. ก่อนอื่นก็ผสมนมกับครีมลงไปในหม้อ จากนั้นเอาไปตั้งไฟ เตาแก๊สที่บ้านใครไฟแรงสูงก็หรี่ให้ไฟอู้อี้ ๆ หน่อย อย่าปล่อยให้เดือดนะ เอาแค่อุ่นๆ พอ

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna02.jpg

2. พอนมกับครีมอุ่นจัดๆ ก็ยกลง เติมน้ำตาลคนให้ละลาย ใส่เจลาตินแผ่น และวานิลลาคนให้เข้ากัน

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna04.jpg
คนอย่างรวดเร็ว โปรดสังเกตเส้นสปีดที่มือ เอิ๊กก~

3. ตักใส่ภาชนะที่จะเสิร์ฟ ตอนนี้ก็แล้วแต่การจิ้นของแต่ละคนเลยจ้ะ จะทำสลับสีเป็นทางม้าลาย หรือกินเพียวๆ เปล่าๆ อะไรยังก็ตามศรัทธา จากนั้นก็นำไปแช่ตู้เย็นจนกระทั่งพุดดิ้งเซ็ทตัวเด้งดึ๋ง ~

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna05.jpg

4. แค่นี้ก็ได้ง่ำแล้ว~ ง่ายมากๆ วาเลนไทน์นี้ลองใช้พิมพ์รูปหัวใจทำไปให้ใครสักคนกินสิจ๊ะ เผื่อจะได้ใจกว่าให้ช็อกโกแลตน๊า ~ :-P

http://img.photobucket.com/albums/v733/call_dahlia/kitchen/panna06.jpg
ช่วงหน้าพบกับขนมไทยนะครับ

Mackoko
23-03-2009, 00:54
http://farm1.static.flickr.com/126/329145281_e4a673ee74_o.jpg

เมื่อวานแม่ปูลองหุงข้าวเหนียวในหม้อใหม่น่ารักที่เปิดโฉมไปเมื่อเร็วๆนี้
สงสัยว่าข้าวญี่ปุ่นคงจะเหมาะกับหม้อนี้มากกว่า
ใช้ข้าวไทยเราหุง มันนิ่มมากไปหน่อย
หรือว่าครั้งหน้าแม่ปูจะลองใส่น้ำน้อยๆลงคงจะดี
เห็นข้าวนิ่มๆจะเอาไปกินกับกับข้าวก็คงไม่อร่อย
จะทิ้งไปก็เสียดาย
แม่ปูเลยนึกถึงข้าวจี่ ใช้ข้าวนิ่มๆหน่อยเคี้ยวหนึบๆดี

ปั้นเป็นแผ่นกลมๆ แบนๆ เหมือนอมยิ้ม

http://farm1.static.flickr.com/141/329145285_78959bedc2_o.jpg

หลายๆคนคงจะไม่รู้จักข้าวจี่
แต่เด็กอีสานหลายคนหรือจะแทบทุกคนเลย
คงต้องรู้จักข้าวจี่นี้(อย่างน้อยก็รุ่นแม่ปูละที่รู้จัก)
ข้าวจี่เด็กๆหลายคนชอบ กินเป็นอาหารว่าง อิ่มท้องดี
สมัยเด็กๆจะเห็นข้าวจี่ตามงานวัด
ตามตลาดยามเช้าๆ หรือแม้แต่หน้าโรงเรียน
ที่มีคุณป้าคุณยายมาตั้งหาบขายให้เด็กๆหลังเลิกเรียน ได้กินแก้หิวโซ
ยิ่งหน้าหนาว จะเห็นเด็กๆนักเรียน ยืนล้อมเตาปิ้งข้าวจี่ของคุณป้าคุณยาย
เป็นภาพที่น่ารักอยู่ไม่น้อย
ไม่รู้สมัยนี้ยังมีคุณป้า คุณยายข้าวจี่ขายอยู่หรือเปล่า

http://farm1.static.flickr.com/129/329145290_717fe62c86_o.jpg


ข้าวจี่ทำไม่ยาก เพียงนึ่งข้าวเหนียวเตรียมไว้
ไข่ และเกลือ เพื่อชูรส ข้าวจี่จะได้ไม่จืดชืด
ข้าวเหนียวนึ่งที่นำมาทำข้าวจี่นั้น
ตามความคิดเห็นส่วนตัวของแม่ปู
ควรจะใช้ข้าวที่นึ่งแล้วนิ่มหน่อย
อย่างข้าวค้างคืนแล้วนำมาอุ่นอีก
จะได้ข้าวเหนียวนิ่มๆ เอามาปั้นเป็นก้อนตามใจชอบ
แล้วโรยเกลือให้ทั่ว นำไปปิ้งในเตาถ่าน
((แม่ปูไม่มีหรอกเตาถ่าน ใช้ปิ้งในเตาอบเอาตามความสะดวก))

ก่อนปิ้งจะเสียบด้วยไม้เสียบลูกชิ้นสักหน่อยก็ดี
เวลาแจกให้เด็กๆกินจะได้ไม่ร้อนมือ

ปิ้งไปให้ข้าวส่วนนอกเริ่มแข็ง หอมกลิ่นข้าวไหม้
ปิ้งไปจนข้าวจับตัวกันดี

เราก็เอาข้าวที่ปิ้งนี้ ไปชุบกับไข่ให้ทั่ว
ไข่ที่จะใช้ชุบนี้ใส่เกลือ หรือน้ำปลา
เพื่อเพิ่มความนัวด้วยนะคะ
("นัว"เป็นภาษาอีสาน ภาษาภาคกลางคือกลมกล่อม)

จะใช้แปรงนุ่มๆชุบไข่แล้วมาทาข้าวก็ได้ค่ะ แล้วแต่ถนัด
แม่ปูใช้วิธีเอาข้าวชุบลงในชามไข่เลย ง่ายดี

http://farm1.static.flickr.com/141/329145294_fc2d24bcf9_o.jpg

แล้วก็ยกก้อนข้าวนั้นกลับไปยังตะแกรงปิ้ง
ปิ้งให้ไข่เหลืองสวย ตอนนี้ข้าวจี่จะหอมฉุย
กลิ่นไข่ปิ้งนี่หอมนักแล

http://farm1.static.flickr.com/143/329145284_71c20d87c5_o.jpg

โทษครับ อดนึกข้าวจี่ไม่ได้ ขข้าวจี่ก่อนล่ะกัน
http://www3.pantown.com/data/20121/board5/4-20061204090814.jpg (http://www3.pantown.com/data/20121/board5/4-20061204090814.jpg)
ข้าวจี่

- นิยมรับประทานกันในฤดูหนาวเพราะชาวบ้านจะมานั่งจะมาน ั่งผิงไฟ
แล้วทำการจี่ข้าวกันไปผิงไฟกันไปเป็นการแก้หนาว
และอีกเหตุผลหนึ่งช่วงนี้เป็นช่วงหลังเก็บเกี่ยวข้าว เหนียวที่ได้จะมีกลิ่นหอมนุ่ม
เหมาะแท้ที่จะนำมาทำการจี่กิน ด้วยเหตุนี้ในช่วงฤดูหนาวจึงเหมาะที่จะจี่ข้าวกินกัน
เครื่องปรุง
ข้าวเหนียวนึ่งสุก ไข่ไก่หรือไข่เป็ดก็แล้วแต่ความชอบของใครของใคร น้ำปลา
วิธีทำ
-นำข้าวเหนียวนึ่งสุกมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ หรือรูปร่างตามที่ชอบ
-ทำการจี่ด้วยไฟอ่อนๆ ให้เหลืองพองาม
-ตีไข่ให้แตก ใส่น้ำปลา
-นำข้าวที่ปิ้งมาจุ่มลงในไข่ที่เตรียมไว้แล้วทำการจี่ ต่อไปจนสุก
เคล็ดไม่ลับ
-สามารถประยุกต์วิธีทำและเครื่องปรุงตามความคิดได้
คุณค่าอาหาร
-วิตามิน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต
ช่วงต่อไปขนมไทยนะครับ:Emo-korea_043:

Mackoko
23-03-2009, 01:11
เริ่มจากขนมชั้น
ขนมชั้น ( steamed coconut layer rice cake )

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%208/0-42.jpg

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%208/1-48.jpg

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%208/2-48.jpg

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%208/3-45.jpg

http://i262.photobucket.com/albums/ii90/jjbd_photo/food%208/4-42.jpg

เขาบอกว่า ....การทำขนมชั้น เวลาจะหยอดแป้ง จะต้องคนแป้งให้ทั่วๆ ก่อนเสมอ ที่สำคัญคือ ควรจะใช้ถ้วยตวงให้เท่ากันทุกครั้งในการหยอดแป้งแต่ละชั้น ควรรอให้ชั้นหนึ่งสุกก่อนจึงค่อยหยอดแป้งชั้นต่อไป ถ้าแป้งชั้นแรกยังไม่สุกแล้วรีบหยอด แป้งจะละลายเป็นเนื้อเดียวกัน อย่าลืมใช้กระดาษปิดหน้าขนมชั้นก่อนจึงค่อยเปิดฝา เพราะถ้าไม่ปิดไว้ หน้าขนมจะมีไอน้ำหยดเกาะอยู่เต็มไปหมด

ขนมชั้น

ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้าชนิดผงอย่างดี 1 ถ้วยตวง
แป้งมันหรือแป้งท้าวยายม่อม 1 ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย 3 ถ้วยตวง
น้ำลอยดอกมะลิ 4 ถ้วยตวง
กะทิ 3 ถ้วยตวง
น้ำใบเตย
สีชมพู (สีผสมอาหาร)

วิธีทำ
1. ต้มน้ำตาลกับน้ำลอยดอกมะลิ 2 ถ้วยตวง พอเดือดและน้ำตาลละลาย แล้วกรอง ทิ้งไว้ให้เย็น
2. ผสมแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน กับกะทิน้ำเชื่อม คนให้เข้ากัน
3. แบ่งแป้งออกเป็นสีขาว 4 ส่วน ใส่สีชมพู 1ส่วน และสีใบเตย 1 ส่วน
4. นำถาดใส่บนลังถึง ตั้งบนไฟแรงๆ พอน้ำเดือดเปิดฝา ตักแป้งสีขาว เทใส่ให้บางๆ ปิดฝานึ่ง นึ่งจนสุก จะมีลักษณะใส
5. เปิดฝาลังถึง ตักแป้งสีชมพูใส่ลงอีก ทำสลับกันจนหมดแป้ง
6. สีเขียวใบเตยก็ทำเช่นเดียวกับสีชมพู พอสุกทิ้งไว้ให้เย็น ตัดเป็นรูปตามชอบ :Emo-korea_043: </B>

Mackoko
23-03-2009, 01:21
ต่อด้วยทองเอกกับทองนพคุณ

ทองเอก
http://www.thaigoodview.com/files/u1292/tongake.jpg
ส่วนผสม
ไข่เป็ด 5 ฟอง
น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
ไข่ไก่ 5 ฟอง
แป้งสาลี 1 ถ้วยตวง
หัวกะทิ 1 1/4 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1.ต่อยไข่แยกไข่ขาวออกไข่แดงใส่ชามปิดฝาไว้อย่าให้ถูกลม
2.หัวกระทิผสมน้ำตาลทรายตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวให้เป็นยางมะตูมยกลงจากเตา
3.ใส่ไข่แดงที่แยกไว้ลงในหัวกระทิที่เคี่ยวไว้คนเร็วๆ ให้เข้ากัน ใส่แป้งลงคนต่อให้เข้ากัน แล้วยกขึ้นกวนด้วยไฟอ่อนๆ จนไข่สุกและแป้งล่อนออกจากกระทะ ยกลง
4.ตัดขนมเป็นก้อนกลม แตะทองคำเปลวชิ้นเล็กๆ แล้วถดลงในพิมพ์ไว้ให้แน่น แล้วเคาะออก เรียงใส่ภาชนะ
ทองนพคุณ
http://www.thaigoodview.com/library/studentshow/st2545/5-6/no16/picture/thongnop1.jpg

ส่วนผสม
ถั่วทองคั่วป่นละเอียด ๑ ๑/๒ ถ้วยตวง
น้ำตาลทราย ๓/๔ ถ้วยตวง
กะทิ ๑ ถ้วยตวง
ไข่ไก่ ๑ ฟอง
วิธีทำ
๑. นำน้ำกะทิ น้ำตาลทราย ใส่กระทะทอง พอเดือดยกลง คนให้เย็น แล้วใส่ไข่แดงคนให้เข้ากัน
ยกขึ้นไฟอ่อนๆ จนไข่สุก ยกลงจากเตา
๒. ร่อนถั่วทองในเครื่องปรุงตามข้อ๑ คนให้เข้ากัน
๓. นำมาใส่พิมพ์ไม้ลายดอกกลม เคาะออกมา อบควันเทียนให้หอม
หมายเหตุ
วิธีทำถั่วทอง คั่วถั่วทองให้เหลืองกรอบ แล้วรีบตำให้ละเอียดขณะถั่วยังร้อน นำมาร่อนใช้เฉพาะส่วนที่ละเอียด

Mucki_girl
23-03-2009, 10:03
เคยทำคุกกี้ชีส+ปลาให้ทานค่ะ เด็กๆชอบกันมาก เมนูอื่นก็น่าสนใจ แต่พักหลังขี้เกียจเข้าครัวมากๆ

Mackoko
23-03-2009, 12:03
อันนี้มาจากเว็บzheza.com
คัพเค้กฉลองวันเกิด
ส่วนผสม
* เนย 200 กรัม
* น้ำตาลไอซิ่ง 80 กรัม
* น้ำตาลตุ๊กตาประดับ
* น้ำตาลสีๆ
* คุ๊กกี้อันเล็ก
* สีผสมอาหาร 2 สี
* เค้กชิฟฟ่อนรสวนิลา 9 ถ้วย
http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190454_vec.jpg

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1 นำขนมเค้กชิฟฟ่อนที่เตรียมไว้มากดให้เป็นก้อนกลม จากนั้นก็จับใส่ถ้วยให้สวยงามจ้า แล้วเอาพักไว้ก่อน
http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190618_oeq.jpg


ขั้นตอนที่ 2 ร่่อนน้ำตาลไอซิ่งใส่เนย จากนั้นตีให้เข้ากัน
http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190530_pkl.jpg


ขั้นตอนที่ 3 นำสีผสมอาหารมาผสมในเนยกับนำตาลไอซิ่งที่เตรียมไว้ วันนี้ที่ใช้เป็นสีแดงกับสีเขียวจ้า สดใสดี ชอบๆ ^^

http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190654_tha.jpg

http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190811_aua.jpg

ขั้นตอนที่ 4 ซึ่งเมื่อได้เนยที่ผสมสีเรียบร้อยแล้วให้ตักใส่กรวยเพื่อนำมาบีบบนหน้าเค้กเลยจ้าซึ่งเวลาบีบให้บีบแบบเต็มที่ไปเลย ไม่ต้องกั๊กมิฉะนั้นแล้วครีมจะไม่ค่อยออกนะจ๊ะ ให้บีบไปเลยด้วยความมั่นใจจ้า ;)

http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/201647_ans.jpg

ขั้นตอนที่ 5 เมื่อได้เสร็จแล้วให้เอาน้ำตาลสีๆ ที่เตรียมไว้มาตกแต่งได้ตามใจชอบเลยจ้า
http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/190845_piu.jpg

ขั้นตอนที่ 6 เสร็จแล้วจะออกมาหน้าตาน่ากินอย่างนี้เลย เย้~ ต้องขอขอบคุณ น้อง NuJapan.myzheza.com (http://nujapan.myzheza.com/)และน้อง NuChina.myzheza.com (http://nuchina.myzheza.com/) ที่มาช่วยทำด้วยนะจ๊ะ ^^
http://www.zheza.com/img/uploads/20090319/191020_xrv.jpg



สูตรของคัพเค้ก สูตรนี้เป็นสูตรของร้าน Melting Moment ต้องขอขอบคุณ พี่โบ ที่เอาสูตรขนมอร่อยๆ มาฝากกันด้วยนะจ้ะ
http://www.zheza.com/img/uploads/20081113/200916_cff.png

Mackoko
23-03-2009, 16:19
ผัดหมี่โคราช อีกสูตรค่ะ

http://img117.imageshack.us/img117/7140/42192402dw1.jpg

เครื่องปรุง
หมี่โคราช 200 กรัม (หาไม่ได้ใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์แทนได้)
กระเทียมกลีบใหญ่ 3 กลีบ
หอมแดง 2 หัว
เนื้อหมู 100 กรัม
หมูสับ 100 กรัม
เต้าเจี้ยว 1 ชต.
น้ำปลา 2 ชต.
น้ำตาลปี๊บ 2 ชต.
ซีอิ้วดำ 1 ชต.
พริกป่น 1 ชต.
น้ำมะขามเปียกข้นๆ 3 ชต.
น้ำสะอาด 1/4 ถ.
น้ำมันพืช 3 ชต.
ต้นหอม ถั่วงอก

วิธีทำ
1.นำเส้นก๋วยเตี๋ยวเส้นจันทร์แช่น้ำให้พอเส้นนิ่มแล้วสะเด็ดน้ำพักไว้ เนื้อหมูหั่นชิ้นบางๆ
ส่วนกระเทียมก็ตำๆทุบๆไว้ ไม่ต้องละเอียดมาก หอมแดง ปอกเปลือก ซอยบางๆ

2. นำกระทะตั้งไฟ ใส่น้ำมันพืชลงไป พอน้ำมันร้อนใส่กระเทียมกับหอมแดงลง
ผัดให้ส่งกลิ่นหอมและกระเทียมมีสีเหลือง ใส่เนื้อหมู และหมูสับตามลงไป
ผัดพอหมูเปลี่ยนสีก็ใส่เต้าเจี้ยว น้ำตาลปี๊บ น้ำปลา พริกป่น
น้ำมะขามเปียกและน้ำลงไปผัดจนน้ำตาลละลายหมด และสีซอสดู เข้มสวย
ชิมรสให้ออกเค็ม หวาน เผ็ด พยายามปรุงรสให้จัดเข้าไว้ก่อน
เมื่อใส่ เส้นลงผัดแล้วจะได้ไม่ต้องปรุงเพิ่ม

3. จากนั้นก็ใส่เส้นก๋วยเตี๋ยวลงผัด ผัดไปจนซอสเข้าเส้นดี พอน้ำแห้งก็ใส่ถั่วงอก
และต้นหอม คนให้เข้ากันก็เสร็จ ทานร้อนๆ อร่อย ที่สุดเลยจริงๆ นะ จะบอกให้

http://www.mcdang.com/McDangPlangros/JanDedPics/ps41_1_2.jpg


เครื่องปรุง:-
แป้งสาลีตราห่าน 2 ถ้วย
แป้งสาลีตราว่าว 3 ถ้วย
น้ำ 1 - 1 1/2 ถ้วย
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
เกลือ 2 ช้อนชา
ไข่ไก่ 1 ฟอง
นมข้นจืด 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันพืช (1) 2 ช้อนชา
น้ำมันพืช (2) 3 ถ้วยตวง

วิธีทำ:-
1. ผสมน้ำกับน้ำตาลทราย เกลือ ไข่ไก่ นมข้นจืด คนให้ไข่กระจาย และส่วนผสมละลายหมด
2. นำแป้งใส่อ่างผสมกับน้ำที่เตรียมไว้ เคล้ากันพอทั่วเติมน้ำมันพืช (1) ลงไปนวด ประมาณ 20 นาที และพักแป้งไว้ 20-30 นาที
3. นำมาตัดเป็นก้อนราว 20 ก้อน แช่ในน้ำมันพืช (2) พอท่วม เตรียมไว้ใช้
4. เวลาจะทอด นำแป้งมาแผ่ออกโดยกดให้แบน เส้นผ่าศูนย์กลางราว 4 นิ้ว แล้วฟาดออกให้บางจึงขมวดจากปลายเป็นก้นหอยวางพักไว้ เมื่อจะทอดกด แป้งให้แบนนำลงทอดพอเหลือง


วิธีการทำข้าวหมกไก่
เครื่องปรุง
สะโพกไก่ 7-8 ชิ้น
ข้าวสาร 3 กระป๋อง
หอมหัวแดง 4 หัว
เนยเค็ม 2 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืดหรือ Half & Half &frac14; ถ้วย
น้ำเปล่า 2 &frac12; ถ้วย
น้ำมันพืช &frac14; ถ้วย
เครื่องปรุงผงข้าวหมกไก่
ผงกะหรี่ 2 ช้อนชา
ผงขมิ้น 1 ช้อนชา
ลูกผักชีป่น 1 ช้อนชา
ยี่หร่าป่น &frac12; ช้อนชา
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
อบเชยป่น 1 ช้อนชา
ใบกระวาน 2 ใบเครื่องปรุงน้ำจิ้มข้าวหมกไก่
ต้นหอม 2 ต้น
ผักชี 3 ต้น
ขิงแก่ &frac14; ถ้วย
พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด
น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย
เกลือป่น 1 ช้อนชา
น้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วย
น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะ




วิธีทำ
1. ล้างไก่ให้สะอาด นำส้อมมาจิ้มชิ้นไก่ให้ทั่ว


2. นำเครื่องปรุงผงข้าวหมกไก่ทั้งหมดมาใส่รวมกันในชามผสมแล้วแบ่งเป็น 2 ส่วน นำส่วนหนึ่งไปหมักกับชิ้นไก่และเติม Half & Half ลงไป


3. คลุกเคล้าให้เครื่องทั้งหมดเข้ากับชิ้นไก่ให้ทั่ว หมักไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมงหรือค้างคืนในตู้เย็น


4. นำหอมหัวแดงมาปลอกเปลือก ล้างฝุ่นผงออกแล้วนำมาซอยบางๆ จากนั้น แบ่งเป็น 2 ส่วน


5. ตั้งกระทะที่ไฟปานกลาง ใส่น้ำมันลงไป รอจนน้ำมันร้อน ใส่หอมหัวแดงซอยส่วนแรกลงไปเจียวจนเหลืองกรอบ ตักขึ้น พักไว้บนกระดาษซับน้ำมัน


6. เมื่อหมักไก่ได้ที่แล้วตั้งกระทะอีกครั้งหนึ่ง ใส่เนยและน้ำมันที่เจียวหอมประมาณ 1 ช้อนโต๊ะลงไป รอจนเนยละลายจึงนำหอมหัวแดงส่วนที่สองลงไป


7. ผัดหอมหัวแดงจนเริ่มสุก ใส่ชิ้นไก่ที่หมักไว้ลงไปทอดจนชิ้นไก่สุกปานกลางทั้งสองด้าน ตักขึ้น พักทิ้งไว้ให้เย็น


8. นำผงข้าวหมกไก่ส่วนที่สองลงไปผัดกับเครื่องที่เหลือในกระทะให้หอม ใส่ข้าวสารที่ซาวแล้วลงไปผัดให้ทั่ว


9. ตักข้าวที่ผัดไว้ใส่ลงในหม้อหุงข้าว เติมน้ำเปล่าลงไป และนำชิ้นไก่ที่ทอดไว้ใส่ลงไป จากนั้นนำไปหุงในหม้อหุงข้าวตามปกติจนสุก
ต่อไปข้าวหมกไก่ครับ สูตรอร่อยๆค้นหาในgoogle

เริ่มจากนำเครื่องปรุงผงข้าวหมกไก่ทั้งหมดมาใส่รวมกันแล้วหมักกับไก่ทิ้งไว้
อันนี้ลูกปลาหมักไว้เมื่อคืนตอนทำเค้กเลยมีรูปตอนหมักไก่ด้วยนิดนึง ^^”
หมักไก่แช่ตู้เย็นทิ้งไว้ข้ามคืน พอเช้าก็เอาออกมาให้หายเย็นก่อนนะคะ
แล้วเจียวหอมแดงก่อนค่ะ ใส่ตามชอบนะค่ะ ลูกปลาใส่เยอะม๊ากกก~
พอเจียวหอมไดที่ก็ช้อนออกมาผึ่งให้สะเด็ดน้ำมัน จะได้กรอบสวยค่ะ
เอาน้ำมันที่เจียวหอมมาผัดไก่ที่หมักไว้ ผัดเบาๆระวังชิ้นไก่ไม่สวยนะค่ะ
พอไก่เกือบสุกก็ยกลง ตักใส่หม้อหุงข้าว เติมน้ำซุป และหอมเจียวเล็กน้อยค่ะ
ลูกปลาใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าปกติแต่ทีนี้หุง 6 ถ้วย มันล้นหม้อเลยไม่เคยสุกซ๊ะที ^^”
พอหม้อหุงข้าวเด้ง ข้าวมันจะยังไม่สุกดี แต่ถ้าใครทำตามสูตรเป๊ะก็ไม่มีปัญหาค่า
ถ้าข้าวไม่สุก ก็ตักข้าวออกมานึ่งต่อให้สุกนิ่ม (พอถึงตอนนี้นึกได้เลยวิ่งไปคว้ากล้องมาทัน)

http://www.bloggang.com/data/lukpla/picture/1216638849.jpg (http://www.bloggang.com/data/lukpla/picture/1216638849.jpg)

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ส่วนไก่ถ้าสุกได้ที่ดีแล้วก็เลยเอาออกมาแยกไว้
ระหว่ารอข้าว เราก็มาเตรียมเรื่องเคียงข้าวหมกไก่กันค่ะ
มีผักชีหั่นฝอย กาดหอมหั่น แตงกวา แล้วก็หอมที่เจียวไว้ต่ากี๊ค่ะ
ที่ขาดไม่ได้คือ น้ำจิ้มข้าวหมกไก่ค่ะ สูตรตามที่บอกไปแล้วนะคะ
พอข้าวที่นึ่งไว้สุกดีแล้วก็ตักใส่จาน วางทับด้วยชิ้นไก่
แต่งด้วยแตงกวา หอมเจียว ผักกาดหอม เสริฟพร้อมน้ำจิ้ม เป็นอันเรียบร้อย
เสร็จไปอีกหนึ่งเมนูประจำบ้าน ง่ายๆไม่ยากเลยนะค่ะ อยากให้ลองทำดูรับรองอร่อยค่า ^^

http://www.bloggang.com/data/lukpla/picture/1216639606.jpg (http://www.bloggang.com/data/lukpla/picture/1216639606.jpg)
อร่อยๆกันมากเลยครับ:Emo-korea_030: :Emo-korea_043:

Mackoko
24-03-2009, 00:07
Saxกับivyมาแล้วรึ ชเนาเซอร์ที่บ้านผมมันอ้วน(แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวจับลดซะ)
zheza.com
ช็อคโกแลต มูสแสนหวาน

http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163642_kza.jpg

ส่วนผสม
* ครีมสด 300 ml

* ดาร์ค ช็อคโกแลต 80 g.

* เจลาติน 1 แผ่น
* ช็อคโกแล็ตก้อนหรือช็อคโกแลตผง (เพื่อแต่งหน้า)
http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163414_npt.jpg

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1 ตีครีมให้ขึ้นฟู เป็นแค่ยอดอ่อนๆ แล้วพักไว้ก่อน
http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163437_umo.jpg

ขั้นตอนที่ 2 นำช็อคโกแลตไปละลายโดยนำไปตั้งไฟ (ขั้นตอนนี้สามารถใช้ไมโครเวฟได้นะจ้ะ โดยใช้เวลาเพียงครึ่งนาที แล้วนำออกมาคน)
ขั้นตอนที่ 3 ใส่เจลาตินลงไปในช็อคโกและแล้วคนให้ละลาย (การใส่เจลาตินนี่ก็เพื่อไม้ให้ตัวมูสยุบตัวเวลาต้องการเก็บไว้ ไม่ได้ทานทันทีเลยจ้ะ)

http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163505_yzz.jpg

ขั้นตอนที่ 4 ใส่ครีมที่ตีเสร็จแล้ว ประมาณ 1-2 ช้อนลงในช็อคโกแลตแล้วคนให้เข้ากัน
ขั้นตอนที่ 5 จากนั้นนำครีมจากขั้นตอนที่ 4 ไปผสมกับครีมตามขั้นตอนที่ 1 คนจนช็อคโกแล็ตกับตัวครีมกลายเป็นเนื้อเดียวกัน เทคนิคนิดนึงนะจ้ะ ขั้นตอนนี้ต้องเทช็อคโกแลตและคนไปพร้อมๆ กัน เพราะถ้าคนช้าไปช็อคโกแลตจะเริ่มแข็งตัว ฉะนั้น ควรมีคุณแม่หรือคุณพี่ หรือคุณเพื่อนช่วยนะจ้ะ)

http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163526_stj.jpg

ขั้นตอนที่ 6 เทใส่กรวยผ้า แล้วบีบลงถ้วย
http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/164806_yzx.jpg

ขั้นตอนที่ 7 หันไปเอาช็อคโกแลตก้อนออกมาขูดตามภาพจ้ะ ระวังมีดบาดนะ จากช็อคโกลแตก้อนก็จะกลายเป็นช้อคโกแลตหยอย ให้เอาช็อคโกแลตนี้แหละไปโรยที่ตัวช็อคโกแลตมูสจ้า เป็นอันเสร็จพิธี แต๊แด่!!!
http://www.zheza.com/img/uploads/20081227/163622_siv.jpg
เห็นมั้ยว่าได้ง่ายๆ ไม่ยากเลย เหมาะมากๆ สำหรับการทำในช่วงเทศกาลนี้ แถมจะได้มีขนมเก๋ๆ อร่อยๆ ไปให้คนพิเศษในช่วงปีใหมด้วยจ้าี้ ;)

สูตรของช็อคโกแลต มูส สูตรนี้เป็นสูตรของร้าน Melting Moment ต้องขอขอบคุณพี่โบที่เอาสูตรขนมอร่อยๆ มาฝากกันด้วยนะจ้ะ
Fried Ice - Cream

http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC03685.jpg



วันนั้นไปเดินตลาดนัด Save one ที่โคราชบังเอิญไปเห็นร้านไอติมทอดลูกละ 10 บาท อืม! อยากรู้จังว่าข้างในละลายป่าวเนี่ย เลยลองซื้อดูไม่ลองไม่รู้นะ ยังไงก็ต้องลอง


"รสช๊อกโกแลตชิพ 1 ลูกนะพี่"

แกก็จัดการหยิบลูกที่ปั้นรอไว้มาลงทอดไม่นานก็ราดน้ำเชื่อมช๊อคโกแลต เจี๊ยบก็ชิมแล้ว อื้มมมหืม! อาหย่อยเหลือหลาย ชอบมากเลย หลังจากนั้นก็เอามาลองทำเองดูแต่ก็ล้มเหลวตามเคย ฮ่าๆ ก็เพราะความเย็นตู้เย็นไม่ถึงนะสิ ไอติมเลยละลายเร็ว

หาสูตรได้ที่ http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Blog/Bullet/arr05.gif Mactopia (http://www.bloggang.com/viewblog.php?id=mactopia&group=2&date=27-05-2007&gblog=7)เออทำไมไอติมของเขาดูยังแข็งจัง ขนาดทอดแล้วนะเนี่ย แต่ไอติมไม่ยักกะละลายซะที

1. ขนมปัง (แบบตัดขอบก็ยิ่งดี) กี่คู่ก็ได้ ไอติม 1 ลูกก็ใช้ขนมปัง 2 แผ่น
2. ไอศครีมรสอะไรก็ได้
3. ที่ตักไอติม
4. พลาสติกใสห่อ
5. น้ำเชื่อมช๊อคโกแลต
6. น้ำมัน เอาเยอะๆหน่อยพอให้ท่วม เวลาทอดจะได้ไม่ต้องเสียเวลาพลิกกลับไปกลับมา ไม่งั้นไอติมจะละลายพอดี


http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC0367-2.jpg




http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC0369-2.jpg




ตักแล้วพับขนมปังทั้ง 2 แผ่น แล้วปั้นๆเป็นวงกลมให้แน่นเท่าที่จะทำได้ อย่าให้ไอติมโผล่รอดมาได้ จากนั้นก็ห่อพลาสติกห่อให้แน่นแล้วแช่ช่องฟรีซ ทิ้งไว้ 1 คืนเลย หรือจะทั้งอาทิตย์ก็ได้ อยากกินก็หยิบมาลงทอดก็กินเลย


http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC0370-2.jpg



1 คืนต่อมาก็หยิบมาทอดให้พอเหลือง แล้วซับน้ำมันออกด้วยกระดาษทิชชู่แล้วราดด้วยน้ำเชื่อม ตัดกินซะเลย แต่......กรี๊ดดดด ละลายแล้วมันไม่ต่างอะไรกับที่เคยซื้อไอติมมาใส่ตู้เย็นเก็บไว้ ฮ่วย...


http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC03686.jpg



กินลูกสุดท้ายเกือบจะหมดแล้ว(ทำไว้ 2 ลูกเอง) แม่ก็มานั่งจ้องลูกสาว http://www.bloggang.com/data/ae7906/picture/1170573734.gif
ถามว่าทำไมไม่แบ่ง ก๊ากกกก ก็ไม่รู้นิ ปกติแม่ไม่ชอบกินของหวานแบบฝรั่งนี่นา หุหุ http://www.bloggang.com/data/ae7906/picture/1170587993.gif

แม่ชมว่าอร่อยจริงๆมีอีกมั้ย ? http://www.bloggang.com/data/ae7906/picture/1170572484.gif เดี๋ยวคราวหน้าสั่งน้ำแข็งแห้งเยอะๆมาใช้แทนตู้เย็นเองซะเลย
ไม่ง้อตู้เย็นมันละ http://www.bloggang.com/data/ae7906/picture/1170572636.gif


http://i81.photobucket.com/albums/j230/J-Nap/Baking/Ice-Cream/DSC03688.jpg


* ด้านนอกขนมปังที่ทอดมันกรอบอร่อยมากๆเลย พอกัดปุ๊บจะรู้สึกความเย็นจากไอติมผสมกับขนมปังทอดกรอบ นุ่มๆ ว้าว! อร่อยเลิศ ติดใจมาก
บอร์ดชเนาเซอร์ถ้าน้องหมากินช๊อกโกแล็ตได้คงอิ่มแปล้(เพล้ง)
กินไก่งวงอบมั๊ยครับ
ไก่งวงแสนอร่อยแบบ2สูตร
อันนี้สูตรผม เผอิญเปิดหนังสือเจอครั
ส่วนประกอบ
ไก่งวง ซอสหอยนางรม เกลือ ผัก
นำไก่งวงไปหมักกับซอสหอยนางรม แล้วเอาไปอบครับ
หลังพออบแล้วก็ใส่เกลือ(อย่าใส่เยอะ เดี๋ยวเค็ม)เติมผักตามใจชอบ อาจจะเติมซอสพริกไทยดำ ซอสมะเขือเทศ
ส่วนอันนี้ของท่านอื่นครับ
ไก่งวงอบ

ไก่งวงอบ + สตัฟฟิ่ง มันฝรั่งบด ราดซ้อสเกรวี่

http://static.flickr.com/119/307910721_23a82f0211_o.jpg

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ Thanksgiving dinner เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา
บ้านแม่ปูก็ฉลองกันไป อิ่มหนำสำราญกันอย่างเต็มที่
ปีก่อนๆปู่กับย่าเคยมาร่วมฉลองด้วย
ปีนี้ครอบครัวแม่ปูฉลองกันเองพ่อ แม่ ลูกๆ
ซื้อไก่งวงขนาด ๑๖ ปอนด์
ขนาดฉลองกันแค่พ่อ แม่ ลูก
คุณพ่อบ้านก็กะซื้อ ๒0 ปอนด์
แต่โชคดีที่ไม่มี จะมีก็ ๒๕ ปอนด์นู่น
ก็เลยเลือกเอาขนาด ๑๖ ปอนด์มา
ปีก่อนๆนู้น ปู่ กับ พ่อบ้านแม่ปูจะช่วยกันทำไก่งวง
ปีนี้แม่ปูบอกกับพ่อบ้านว่า
เดี๋ยวฉันจะแสดงฝีมือเอง
เพราะต้องการถ่ายรูปมาลงบล็อก
แต่พ่อบ้านไม่ยอม ขอเป็นคนแสดงฝีมือ
อนุญาตให้แม่ปูถ่ายรูปได้
ถ่ายทั้งตัวทั้งหน้าของพ่อครัวก็คงจะยอม
แต่แม่ปูกลัวบล็อกจะแตก
ก็เลยขอถ่ายแต่มือพ่อครัวมาแทน

http://static.flickr.com/107/307910719_897f7a2a68_o.jpg


แม่ปูทำพายฟักทองไว้ล่วงหน้า ๑ วันแล้ว
น้ำเกรวี่ มันฝรั่งบด สลัดผัก และการจัดล้างเป็นของแม่ปู

ทำไก่งวงวันนี้ไม่ได้ชั่งตวงนะคะ
เหยาะๆโรยๆเครื่องปรุงลงไปตามความชอบของเราเดี๋ยวก็อร่อยเอง


http://static.flickr.com/101/307910713_bf2c536977_o.jpg


สำหรับไก่งวงวันนี้แม่ปูเลือก Butterball
ไม่ทราบว่าเป็นเพราะยี่ห้อของไก่ที่เลือก
หรือเพราะขั้นตอนในการปรุง
หรือเป็นเพราะเตาอบเครื่องใหม่
ที่เรียกว่าconvection oven
ที่มีพัดลม สามารถร่นระยะเวลาในการอบอาหารได้ถึง ๒๕ เปอร์เซ็นต์
ปรกติอบไก่งวงขนาดนี้ จะอบนานประมาณ ๔ ชม.
แต่คราวนี้อบเพียงแค่ ๓ ชั่วโมง ครึ่ง
ไก่งวงอบของพ่อบ้านแม่ปู ก็สุก หวาน นุ่ม ชุ่มฉ่ำไปทั้งตัว
เนื้อหนังส่วนปีก ยังร่อนออกมาอย่างง่ายดาย

พ่อบ้านทำสตัฟฟิ่งด้วยนะคะ
ถ้าไม่ทำสตัฟฟิ่งพ่อบ้านแม่ปูจะเสียใจเป็นอย่างมาก
ส่วนแม่ปูไม่ชอบเอาเสียเลยสำหรับสตัฟฟิ่ง
แต่ละปีชิมปีละคำ แค่นั้นก็มากเกินพอ
แต่สามีนี้ชอบมากที่สุด ถึงที่สุดๆๆๆและก็ที่สุด

ก่อนจะลงมือทำก็ลองกะเวลาดูด้วยนะคะ
ใช้ไก่ขนาดไหนก็ลองคำนวณดู
ว่าจะใช้เวลาอบนานกี่ชม.
กะให้พอดีเสร็จก็ตั้งโต๊ะดินเนอร์ได้เลย



ไก่งวงอบ

ไก่งวงขนาด ๑๖ ปอนด์
เกลือ
พริกไทย
ใบเสจป่น
น้ำมันมะกอก
เซเลอรี่ ๒-๓ ก้าน หั่นก้านละสามสี่แท่ง
แครรอท ๑-๒ หัว หั่นไสด์เล็กๆ
หอมหัวใหญ่ ๑ หัว ผ่าหก

**เตรียมถาดอบไก่งวงไว้ รองก้นถาดด้วย
เซเลอรี่ แครอท หอมหัวใหญ่ที่ว่าไว้ข้างบน
แล้วพักไว้ก่อนค่ะ ถึงเวลายกถาดไก่งวงเข้าเตาอบ
ค่อยเทน้ำใส่ถาด**

http://static.flickr.com/100/307910715_e8c7a6984f_o.jpg

ถ้าอยากให้ไก่งวงสีสวยๆพอไก่สุก
ให้ทาตัวไก่ด้วยน้ำแครนเบอรี่
หรือแครนเบอรี่ซ้อสที่ปั่นจนเนียนละเอียด
ผสมด้วยน้ำผึ้ง และbalsamic vinegar
ทาให้ทั่วๆไก่จะได้สีสวย
แต่ให้ระวังด้วยเพราะว่าซ้อสจะไหม้เร็วมาก
ต้องคอยดู และแน่ใจว่าไก่งวงอบสุกแล้วค่อยทาก็ได้

ขั้นตอนการทำ

http://static.flickr.com/99/307790892_0a91944c7e_o.jpg

๑.ล้างไก่งวงให้สะอาด เอาถุงเครื่องในและส่วนคอออกมา
ตัดก้นดึงส่วนมันออก หรือถ้าชอบจะคงไว้ก็แล้วแต่ใจชอบค่ะ

๒.เมื่อล้างไก่งวงสะอาดดีแล้วก็ให้ทาไก่งวงด้วยน้ำมันมะกอก
ทาบางๆให้ทั่วทั้งตัว แล้วจึงโรยเกลือ พริกไทยและใบเสจทับให้ทั่วอีกครั้ง
เสร็จขั้นตอนนี้ ถ้าใครจะทำสตัฟฟิ่งก็ให้พักไก่งวงไว้ก่อนค่ะ

http://static.flickr.com/110/307910712_1fff3447f9_o.jpg


สตัฟฟิ่ง

ขนมปังฝรั่งเศส ๑ ก้อนครึ่ง(หั่นสไลด์แล้วผึ่งไว้ค้างคืน)
เซเลอรี่ ๔ ก้าน (หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ)
หอมหัวใหญ่ ๓ หัว (หั่นสี่เหลี่ยมเล็ก)
เนย ๒ ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก ๒ ชต.
ไวน์แดง ๑/๔ ถ้วย
เกลือ
พริกไทย
ใบเสจป่น

(เครื่องปรุงต่างๆกะเอาเพิ่มลดได้ตามสมควร)

ขั้นตอนการทำ

http://static.flickr.com/112/307791874_142f270222_o.jpg


๑.ใส่เนย และน้ำมันมะกอกลงในกระทะขนาดใหญ่
พ่อบ้านแม่ปูเลือกหม้อใหญ่ๆเลยจะได้คนสะดวกๆไม่เลอะ

๒.ใส่เซเลอรี่ หอมหัวใหญ่ ผัดเข้ากันให้หอม
ปรุงด้วยเครื่องปรุงต่างๆ ผัดจนผักนิ่มก็ยกลง


http://static.flickr.com/113/307791873_a02876df10.jpg


๓.นำขนมปังมาบิเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นก็เทใส่ลงหม้อ
ที่เราผัดไว้ในข้อข้างบน คนส่วนผสมให้เข้ากัน
พอส่วนผสมอุ่นดี ก็ใช้มือ(สวมถุงมือด้วยก็ได้ค่ะ)
นวดขนมปังกับส่วนผสมผักให้เข้ากัน จนขนมปังนิ่ม

๔.นำไก่งวงที่เราล้างทำความสะอาดเรียบร้อยแล้วมา
จัดการยัดไส้ ก็สตัฟฟิ่งที่เราปรุงไว้แล้วนั่นเอง
ยัดไปให้เต็มท้อง ตรงส่วนคอถ้ามีที่ว่างก็ยัดเข้าไปให้เต็ม

http://static.flickr.com/107/307790890_50825e4ba0_o.jpg


๕.จัดการเย็บปิดสตัฟฟิ่งให้ดูสวยงามก่อนนำเข้าเตาอบ

๖.เย็บเสร็จก็ให้ใช้เชือกผ้าฝ้ายมัดขา มัดปีกไก่งวงไว้
จะได้ไม่นอนแผ่ อ้าซ่า ดูไม่งามตา

http://static.flickr.com/108/307790889_7dc41f4a0e_o.jpg


๗.นำไก่งวงใส่ลงในถาดโดยคว่ำส่วนอกลง

http://static.flickr.com/108/307791877_a0f24566de_o.jpg


พออบไปได้ครึ่งทาง ของแม่ปูอบไปประมาณ ๒ ชั่วโมง
ก็เปลี่ยนมาหงายอกไก่ขึ้น
หรือใครจะอบแบบหงายอกไก่ขึ้นตลอดเวลาก็ได้ค่ะ
แต่พอถึงช่วงกลางๆเวลาอบ
ก็ให้เอากระดาษฟรอยด์คลุมตัวไก่ไว้ด้วย
ไม่งั้นเดี๋ยวไก่จะไหม้ซะก่อนค่ะ

ในตอนที่เราจะหงายไก่ขึ้นนี้ระวังด้วยนะคะ
ไก่งวงแม่ปูตัวใหญ่ หนักมาก
เวลาจะกลับด้านไก่ ต้องหาผ้าสะอาดๆมา ๒ ผืน
ยกไก่ขึ้นกลับด้าน ใช้ผ้าจับไก่ยกขึ้นอย่างนี้
จะได้จับได้มั่นๆไม่เลื่อนหลุดมือ
น่องไก่ หรือส่วนปีกจะได้ไม่หลุดออกมาด้วย


http://static.flickr.com/103/307791875_1fe67d06d6_o.jpg


เมื่ออบต่อไปอีกประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็ใช้เทอร์โมมิเตอร์เช็คดู
ว่าไก่สุกหรือยัง ของแม่ปูอบไปทั้งหมดสามชั่วโมงกว่านิดๆ
อุณหภูมิไก่งวงก็ได้ประมาณ ๑๖๕ แล้วค่ะ
จริงๆ๑๖๕ ก็ใช้ได้แล้ว แต่พ่อบ้านแม่ปูขออบต่อไปอีก
จนเทอร์โมมิเตอร์บอกว่า ๑๗0 ก็ปิดเตาอบ
จากนั้นก็ยกไก่ออกมาจากเตา
เอากระดาษฟรอยด์ห่อไก่หลวมๆ พักไก่ไว้อีกประมาณครึ่งชม.
ตอนนี้ไก่จะสุกขึ้นอีกค่ะ

ตอนที่อุณหภูมิไก่ประมาณ ๑๖๕ ถ้าต้องการทาตัวไก่ด้วยน้ำแครนเบอรี่


##ระหว่างที่เย็บไก่งวงอยู่ ก็ให้เปิดเตาอบไว้ด้วยนะคะ
๓๒๕ องศาฟาเรนไฮน์##

เย็บเสร็จ มัดไก่เสร็จ ก็เอาไก่วางบนถาดอบที่เราเตรียมไว้แล้ว
เทน้ำลงไปในถาดด้วย สัก ๔-๕ ถ้วย
ส่วนนี้จะช่วยทำให้ไก่งวงที่เราอบชุ่มชื้นไม่แห้งหยาบด้วยค่ะ
ไม่ต้องห่วงเรื่องน้ำในถาด จะค่อยๆแห้งไปด้วยค่ะ
แต่ถ้ามีเหลือ ก็ห้ามเททิ้ง ให้กรองเก็บไว้
จะได้เอาไว้ทำน้ำเกรวี่เป็นรายการต่อไป
ส่วนคอและตับก็นำมาต้มด้วยไฟอ่อนๆ
(ต้มตั้งแต่เราเริ่มทำความสะอาดไก่นู่นแหละค่ะ)
จะได้เก็บไว้ทำน้ำเกรวี่ แต่พ่อบ้านแม่ปูไม่ชอบเครื่องในทุกชนิด
แม่ปูก็เลยไม่ต้มตับลงไปด้วย แต่มีน่องไก่งวง
ที่ซื้อมานานแล้ว ก็เอาออกมาต้มทำเป็นน้ำสต๊อก



เครื่องปรุงและวิธีทำน้ำเกรวี่

เนย ๔ ช้อนโต๊ะ
แป้งสาลีเอนกประสงค์ ๑/๓ ถ.
น้ำสต๊อกประมาณ ๖ ถ้วย
เกลือ พริกไทย สำหรับปรุงรส

ขั้นตอนการทำ

http://static.flickr.com/101/308009078_1878791a4e_o.jpg

รูปข้างบนนี้เป็นการผัดเนยกับแป้งสาลี
จนแป้งสาลีกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน
และเข้มขึ้นเรื่อยๆ
ภาษาของคนแถวนี้เค้าเรียกการผัดเนยกับแป้งสาลีแบบนี้ว่า Roux



http://static.flickr.com/105/307791872_004c7f6ca9_o.jpg

๑.น้ำที่เหลือติดอยู่ในถาดอบไก่งวงกรองเตรียมไว้
ถ้ามีมันติดมาเยอะ ก็ให้ช้อนตักออกด้วย(แม่ปูตักออกเยอะเหมือนกัน)
ใช้น้ำสต๊อกที่เราต้มไว้ ล้างๆถาดด้วยก็ได้นะคะ
เก็บเอาเศษของความอร่อยมากรองเก็บไว้ให้หมด

๒.ใส่เนยลงในกระทะ เปิดไฟปานกลาง
พอเนยละลายให้ใส่แป้งสาลีลงไป
คนจนส่วนผสมเข้ากัน แป้งไม่จับกันเป็นก้อน
คนส่วนผสมไปเรื่อยๆ จนส่วนผสมสีเข้มขึ้น
ขนาดเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ (หรือเข้มไปหว่า)
ก็ให้ตักน้ำสต๊อกที่เตรียมไว้เทลงไป ทีละถ้วยๆ
ตอนนี้ส่วนผสมจะฟู่ๆขึ่นมา ก็ให้ใช้ทัพพีคนเร็วๆ
ค่อยๆเทน้ำสต๊อกลงไปจนหมด ปรุงรสด้วย เกลือ พริกไทย
พอน้ำเกรวี่เดือดอีกครั้งก็ปิดเตา
เราก็จะได้น้ำเกรวี่ข้นๆ ไว้ราดไก่งวง และมันฝรั่งบด
ไก่งวงอร่อยแค่ไหน ขาดน้ำเกรวี่ไปก็กร่อยเหมือนกันนา

http://static.flickr.com/104/307791869_e1609596fd_o.jpg


จริงๆขั้นตอนที่เราทำน้ำเกรวี่
จะใช้ถาดอบไก่งวงมาตั้งบนเตาเลยก็ได้ค่ะ
พอดีแม่ปูลืมดันหยิบกระทะใหม่มาอีก
เปลืองกระทะ เสียเวลาแรงงานล้างอีก

http://static.flickr.com/105/307790896_0c6b7662b0_o.jpg

เอาละค่ะ เสร็จเรียบร้อย
ทีนี้ก็รีบไปตั้งโต๊ะ ขนเครื่องเคราอาหารประดามี
แคนดี้แยม มันฝรั่งบด สลัดผัก บล็อคโคลี่ กรีนบีน
อะไรก็ว่าไป จัดการหม่ำได้เลยค่ะ
แม่ปูไม่มีรูปตอนหั่นไก่งวงเลยค่ะ
เพราะรีบไปนั่งโต๊ะ คุณพ่อบ้านเร่งยิกๆๆ
พอกินเสร็จไก่พร่องไปนิดเดียว
ลูกๆก็กินยังกะดม กะว่าจะถ่ายรูป
หันหลังไปล้างจานหน่อยเดียว
หันกลับมาอีกที พ่อบ้านคนเก่ง
หั่นไก่ แบ่งใส่กล่องเตรียมเก็บไว้ในตู้เย็นซะแล้ว
หลังจากอบเสร็จก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปอีกเลยค่ะ

http://static.flickr.com/102/307911863_96f67f5b83.jpg

ถ้าพ่อบ้านหายเหนื่อยคราวนี้
วันคริสต์มาสอาจจะพากันอบไก่งวงอีกค่ะ

สำหรับคนที่ไม่เคยอบไก่งวง
ก็เอาบล็อกนี้ไว้เป็นไอเดียในการอบไก่งวงปีหน้าก็แล้วกันนะคะ
แม่ปูอาจเขียนอธิบายสับสนไปบ้างก็ขออภัย
นึกอะไรออก แม่ปูก็อธิบายไปตามที่นึกได้ค่ะ
พยายามเขียนให้เป็นไปตามขั้นตอนมากที่สุดค่ะ
ส่วนเข็มชี้อุณหภูมิ เกิดการผิดพลาด
เพราะแม่ปูดึงเข้าดึงออก เพราะกำลังทาซ้อสอยู่
และกะถ่ายรูป อุณภูมิก็เลยเลื่อนขึ้นลงโดยไม่ตั้งใจ
แต่ไก่สุก หวานอร่อย นุ่ม ชุ่ม ชื้นอย่างที่บอกค่ะ
ขอบคุณสำหรับกำลังใจทุกกำลังใจที่ติดตามแม่ปูเสมอมาค่ะ


http://www.bloggang.com/emo/emo21.gifhttp://www.bloggang.com/emo/emo21.gifhttp://www.bloggang.com/emo/emo21.gif :Emo-korea_020: หุๆต่อด้วยหวานเย็นหวานเย็นเนี่ยถ้าไม่มีแบบที่ดึง ก็ใช้ถ้วยกระดาษเลยนะครับก่อนนอนจบด้วยเมนูหวานเย็น มาดูเครื่องปรุงกันนะคะ


สตอร์วเบอร์รี่แช่แข็ง ๔ ถ้วย
ฟรุ้ตพันช์จู้ส(น้ำผลไม้รวม) ๑/๒ ถ้วย
น้ำตาลทราย ๑/๔ ถ้วย

เตรียมอุปกรณ์อื่นๆ

แก้วกระดาษ หรือแก้วพาสติก หรือพิมพ์อื่นๆรูปร่างตามชอบ
ไม้ไอติม หรือ ไม้เสียบอมยิ้ม
เครื่องปั่นผลไม้



http://farm3.static.flickr.com/2027/2054964348_bc59d28955_o.jpg


วิธีทำ

๑.ใส่ทุกอย่างลงในเครื่องปั่น ปั่นส่วนผสมให้เนียนเป็นเนื้อเดียวกัน

๒.เทส่วนผสมลงในพิมพ์ เสียบไม้ไอติมปักลงไป เวลากินจะได้ถือสะดวกๆ

๓.นำเข้าช่องแช่แข็งอย่างน้อย ๔ ชั่วโมง
หวานเย็นแข็งเป็นรูปร่างแล้วก็แจกเด็กๆหม่ำได้เลยจ้า
รูปเล่นๆนะคะ สีสันสวยดี

http://farm3.static.flickr.com/2095/2054181685_575dfdc671_o.jpg


อีกมุม


http://farm3.static.flickr.com/2396/2054964296_67d8869450_o.jpg


เอาออกจากพิมพ์กระดาษ


http://farm3.static.flickr.com/2082/2054181351_c3dbecaca9.jpgขอสเต๊กแจมหน่อยครับ วันนี้จะนำวิธีทำสเต๊ก และเคล็ดลับเล็กๆมาแบ่งปันค่ะ
จากที่ได้ทำสเต็กทานเอง ก็รู้สึกไม่อยากไปทานที่ร้านต่างๆอีกเลย

หน้าตาสเต๊กเนื้อของแม่อบเชย

http://www.fhqhosting.com/ui/b018.jpg

จานนี้สเต๊กหมู

http://www.fhqhosting.com/ui/p13.jpg

เนื่องจากร้านที่จำหน่ายเนื้อโคขุนโพนยางคำ สาขาเซียร์รังสิตอยู่ใกล้บ้าน จึงได้ไปซื้อเนื้อที่ร้านดังกล่าว

การเลือกเนื้อนั้นสำคัญมาก เพราะสเต๊กจะมีรสชาดอร่อยก็ขึ้นอยู่กับความนุ่มหวาน ใหม่สด ของเนื้อทำนำมาปรุงค่ะ

แม่อบเชยได้เลือกในส่วนซี่โครง(rib eye)และสันนอก(sirloin)ซึ่งราคาไม่สูงและอร่อย

http://www.fhqhosting.com/ui/b03.jpg

เครื่องปรุงได้แก่ พริกไทยสด พริกไทยดำ เกลือป่น น้ำมันมะกอก

ก่อนอื่นล้างเนื้อ แล้วซับให้แห้ง ทุบเบาด้วยค้อนทุบ หมักกับน้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 30 นาที

http://www.fhqhosting.com/ui/b01.jpg

ก่อนจะย่าง โขลกพริกไทยสด พริกไทยดำ แล้วนำมาคลุกเคล้ากับเนื้อ พร้อมกับเกลือป่น

http://www.fhqhosting.com/ui/b06.jpg


ตั้งกระทะน้ำมันมะกอก บนไฟกลางจนร้อน ใส่เนื้อลงย่าง ด้านละประมาณ 1-2 นาที ซึ่งจะดูได้จากสีของเนื้อที่สุกได้ครึ่งหนึ่งของชิ้นจึงกลับด้าน ย่างจนสุกอีกด้าน จึงตักใส่จาน

http://www.fhqhosting.com/ui/b013.jpg


เสิร์ฟกับ ผักต้ม ผักผัดเนย สลัด มันต้ม มันทอด หรือสปาเก็ตตี้ผัดน้ำมันมะกอก แล้วแต่ชอบ สูตรนี้ไม่ต้องทำซอสก็ได้ เพราะรสชาดเข้ม อร่อยมากแล้วค่ะ

http://www.fhqhosting.com/ui/b021.jpg


เนื้อที่รสชาดดีที่สุด อยู่ในช่วงสุกน้อย(rare) และ สุกน้อยถึงสุกปานกลาง(medium rare) เนื้อด้านนอกจะสีน้ำตาล แต่ด้านในจะสีชมพู

http://www.fhqhosting.com/ui/b020.jpg

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

สำหรับสเต๊กหมู ก็มีการเตรียมที่แตกต่างไป จากสเต๊กเนื้อ

http://www.fhqhosting.com/ui/p12.jpg

แม่อบเชยจะชอบใช้สันคอหมูชิ้นหนาๆ หลังจากล้างสะอาดแล้ว ก็นำไปแช่ในน้ำเกลือ น้ำ300มล ต่อเกลือ 1.5 ช้อนโต๊ะ เก็บไว้ในตู้เย็นชั้นธรรมดา 1 คืน

http://www.fhqhosting.com/ui/p01.jpg

ก่อนย่างให้นำมาซับน้ำให้แห้ง โรยพริกไทยให้ทั่ว และเกลืออีกนิดหน่อย ตั้งกระทะน้ำมันมะกอก บนไฟกลางจนร้อน

http://www.fhqhosting.com/ui/p07.jpg

เมื่อกระทะร้อน ก็นำหมูลงย่าง สำหรับเนื้อหมูต้องย่างให้สุก ต้องใช้เวลานานกว่าเนื้อวัว เมื่อสุกด้านล่างก็พลิกกลับ ย่างจนสุกทั้งชิ้น ตักใส่จานได้เลยค่ะ

http://www.fhqhosting.com/ui/p08.jpg


สำหรับซอส ทำได้โดยนำน้ำจากที่ย่างเนื้อหมู ใส่เนย น้ำซุปหมู แป้งสาลี วิปปิ้งครีมแบบไม่มีน้ำตาล ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย คนให้เข้ากันจนสุก นำไปราดบนสเต๊กหมูได้เลย

http://www.fhqhosting.com/ui/p17.jpg



Tips.......กระทะต้องร้อนจัด ก่อนที่จะนำเนื้อลงย่าง ซึ่งจะทำให้ผิวด้านนอกสุกทันที น้ำจะถูกเก็บกักอยู่ด้านใน ทำให้เนื้อข้างในนุ่ม แม้ว่ายังไม่ได้รับประทานในทันทีก็ตามนอนแล้วนะครับ ฝันดีครับ:Emo-korea_043:

เอสโซ่
24-03-2009, 11:25
ว้าว ! อิจฉาพี่สตางกับพี่ซาร่า พี่แบล็ค จังคับ

ม่าม๊าครับ ผมอยากกินอย่างบ้านพี่แบล็คบ้างครับ ม่าม๊าจะว่างทำให้ผมมะงับ

ว่างสิเดี๋ยวจะลองทำให้เอสโซ่ทานดูนะ

แต่ว่าคุณม่าม๊าก็อยากย้ายบ้านไปอยู่บ้านสตางแล้วดิ สงสัย เป็นหมูกันทั้งม่าม๊า และเอสโซ่แน่ อิอิ

Mackoko
25-03-2009, 14:39
เอสโซ่อยู่กับคุณแม่ดีแล้วจร้า ที่บ้านพี่แบล็คซนยังกะหมาบ้าเลยนะ(จริงๆ)
ถ้าผมได้ไปมิตติ้งจะห่อไปให้เอสโซ่กับเพื่อนๆกินด้วยนะครับ
มากินโรลกันดีกว่าครับ
Chocolate & Hazelnut Roll .... S-O-R-P-R-E-S-A!!




http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236029170.jpg

ขนมเซอร์ไพรส์คนข้าง ๆ อุ้มค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236020907.jpg
ทั้งเนื้อเค้ก ทั้งครีม ช่างเข้ากันเหมาะเจาะเชียวค่ะ สมกับที่ทำทั้งวัน

ตอนที่อุ้มคิดจะทำขนมเซอร์ไพรส์คนข้าง ๆ อุ้มก้อคิดถึงแต่ชอคโกแลตอย่างเดียวเลยค่ะ เพราะคนข้าง ๆ อุ้มโปรดเป็นพิเศษเลยค่ะ ก้อคิดอยู่ว่าทำอารัยดีน๊า ที่ยังไม่เคยทำ (แต่ก้ออดใจตุ๊ม ๆ ต่อม ๆ ไม่ได้ค่ะ ว่าถ้าทำสูตรใหม่แล้วออกมาไม่เป็นท่า จะทำงัยดีหนอ แต่แ้ล้ว โชคเข้าข้างอุ้มค่ะ อิ อิ)

อุ้มเลือกทำเจ้านี เพราะอุ้มว่าชอค กับ ฮัลเซนัท เป็นอารัยที่เข้ากั้น เข้ากันค่ะ

เค้กนี้ประกอบไปด้วย :

- Chocolate chiffon cake สูตรจากหนังสือ Tartine ค่ะ (อีกแล้วจ้า ไม่ได้ ๆ ไหน ๆ น้องก้อยก้อบอกว่าชาติที่แล้วอุ้มต้องทำงานที่ร้าน Tartine แน่เลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า)

- Hazelnut gianduja จากหนังสือ Chocolates confections ค่ะ

- Dark chocolate ganache สูตรจากหนังสือTartine ค่ะ

โดยแต่ละสูตรอุ้มปรับลดตามจำนวนที่ใช้ค่ะ

Chocolate chiffon cake

แป้งสาลีเอนกประสงค์ 125 กรัม
ผงโกโก้ขม 20 กรัม
น้ำตาลทราย 150 กรัม
ผงฟู 1 ชช.
เกลือ นิดหน่อย
น้ำมันดอกทานตะวัน 60 มล. (น้ำมันพืชอย่างอื่นก้อได้ค่ะ)
ไข่แดง 3 ฟองใหญ่
น้ำสะอาด 85 มล.
น้ำมะนาว 30 มล.
ผิวมะนาว ลูกเล็ก
ไข่ขาว 5 ฟองใหญ่
ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือน้ำมะนาว 1/8 ชช.

Hazelnut gianduja mousse

ถั่วฮัลเซนัทอบ หรือคั่ว 60 กรัม
น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 60 กรัม
ชอคขมละลาย 60 กรัม
ครีมสด 200 กรัม
เจลาติน 1 แผ่น

Dark chocolate ganache

ชอคขมสับ 150 กรัม
ครีมสด 165 กรัม

Chocolate chiffon cake

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026156.jpg

ก่อนอื่นก้อร่อนแป้ง ผงฟู ผงโกโก้ เข้าด้วยกันค่ะ (อุ้มร่อน สี่ รอบเลยค่ะ) แล้วก้อใส่น้ำตาลทราย 100 กรัม และเกลือลงไป ผสมให้เข้ากัน พักไว้ค่ะ

เอาน้ำมัน ไข่แดง น้ำสะอาด น้ำมะนาว และผิวมะนาว ใส่ถ้วย ตีให้เข้ากันค่ะ

วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิที่ 160&deg; C.

ทำหลุมตรงกลางของส่วนผสมแป้ง ใส่ส่วนผสมของเหลวลงไป ผสมให้เข้าอย่างเร็วจนเข้ากันดีค่ะ ไม่ควรผสมนานเกินหนึ่งนาทีนะคะ เพราะจะทำให้เนื้อเค้กออกมาเหนียว ไม่นุ่มค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026224.jpg

นำไข่ขาวใส่ชามใหญ่ ๆ ตีด้วยความเร็วปานกลางจนกระทั่งเป็นฟอง ใส่ครีมออฟทาร์ทาร์ หรือน้ำมะนาว ลงไป เร่งความเร็วเป็นความเร็วเกือบสูงสุดค่ะ พีจนตั้งยอดอ่อนค่ะ

ค่อย ๆ ใส่น้ำตาลทรายที่เหลือ 50 กรัมลงไป และตีจนตั้งยอดแข็งค่ะ

ตัดส่วนผสมไข่ขาวประมาณ 1/3 ลงไปในส่วนผสมแป้งและไข่แดงค่ะ ค่อย ๆ ตะล่อมให้เข้ากัน และใส่ส่วนผสมไข่ขาวที่เหลือลงไป ค่อย ๆ ตะล่อมจนกระัทั่งเ้ข้ากันค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026293.jpg

อุ้มนำส่วนผสมที่ได้ ใส่ลงไปถาดสี่เหลี่ยมค่ะ (ขอโทษนะคะ อุ้มจำขนาดไม่ได้ค่ะ เพราะอุ้มใช้แบบปรับขนาดได้ค่ะ)

อบประมาณ 15 นาทีค่ะ (ขึ้นอยู่กับเตาอบของแต่ละคนนะคะ)

พอสุก ก้อเอามาผึ่งให้เย็นค่ะ

Hazelnut gianduja

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026386.jpg

เตรียม gianduja กันก่อนเลยค่ะ โดยเอาถั่วฮัลเซนัทที่อบ หรือคั่วเสร็จร้อน ๆ ใส่ในเครื่องปั่น และใส่น้ำตาลไอซ์ซิ่ง 15 กรัมลงไปค่ะ ปั่นจนกระทั่งเป็นครีมค่ะ (ฮัลเซนัทต้องร้อนนะคะ เพราะจะทำให้น้ำมันในถั่วออกมาง่ายขึ้นค่ะ)

พอได้เป็นครีมแล้ว ก้อใส่ชอคโกแลตขมที่ละลาย และน้ำตาลไอซ์ซิ่งที่เหลือลงไป ปั่นให้เ็ข้ากันค่ะ

แช่แผ่นเจลาตินลงไปในน้ำเย็นประมาณ 15 นาทีค่ะ

ตีครีมสดให้ขึ้นยอดอ่อน แล้วแช่ตู้เย็นเตรียมไว้เลยค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026450.jpg

นำแผ่นเจลาตินบีบให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำเข้าเตาไมโครเวฟ สักพัก จนละลายค่ะ

นำ gianduja ที่ได้ส่วนนึง ใส่ลงไปในเจลาตินที่ละลายแล้ว ผสมให้เข้ากันดี แล้วเทใส่ใน gianduja ที่เหลือค่ะ ผสมให้เข้ากันค่ะ

เอาวิปครีมที่เตรียมไว้ โดยแบ่งส่วนหนึ่งใส่ในส่วนผสม gianduja ที่ผสมเจลาตินแล้ว ผสมใ้ห้เข้าักันค่ะ

นำไปผสมกับวิปครีมที่เหลือ ผสมให้เข้ากันค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026516.jpg

อุ้มตัดแผ่นฟิลม์ใส ลงไปในพิมพ์ค่ะ แล้วใส่ชิฟฟ่อนเค้ก ที่อุ้มตัดให้ได้ขนาดพอดีกับพิมพ์ค่ะ (อุ้มใช้พิมพ์โรลครึ่งวงกลมค่ะ) ใส่ gianduja ลงไปค่ะ

แล้วปิดทับด้วยชิฟฟ่อนเค้กอีกแผ่นนึงค่ะ คลุมด้วยแผ่นฟิลม์ใส แล้วนำไปแช่ช่องฟรีสให้ครีมอยู่ตัว ประมาณ ครึ่งชม.ค่ะ

ครบครึ่งชม. อุ้มก้อเอาออกมาจากพิมพ์ และแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาค่ะ

Dark chocolate ganache

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026605.jpg

เอาครีมสดไปตั้งไฟ พอให้ิ่เริ่มเดือดค่ะ

เทใส่ในชอคขมสับ แล้วทิ้งไว้สักพักค่ะ

ค่อย ๆ คนเป็นวงกลม วงเล็ก ๆ จากตรงกลางชามค่ะ เพราะชอคเริ่มละลายดี ก้อค่อย ๆ ขยายวงเป็นวงกว้าง จนได้เนื้อกานาซที่เป็นเงา และชอคละลายหมดแล้วค่ะ

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236026665.jpg

นำโรลออกมาจากตู้เย็น แล้วราดด้วยกานาซค่ะ ราดเสร้จก้อนำไปเข้าตู้เย็นสักพักให้กานาซเซ็ตตัวค่ะ

เวลาจะทานก้อตัดเป็นชิ้น ๆ เสริฟได้เลยคะ

อุ้มแบ่งไปให้มัมม่าและพี่ชายคนข้าง ๆ ด้วยค่ะ หม่ำกันแล้ว ออกมาเป็นเสียงเดียวกันเลยค่ะ ว่านุ่มนวล หวานหอม ด้วยชอคและฮัลเซนัท และกานาซที่ราดก้อเป็นอารัยที่เหมาะเจาะลงตัวมาก ๆ ด้วยค่ะ (อุ้มโฆษณามากเกินไปมั้ยเนี่ย อิ อิ)

อุ้มกับคนข้างๆ ต้องแบ่งสรรกันเลยค่ะ ว่าของอุ้มกี่ชิ้น ของเขากี่ชิ้น กลัวคนใด คนหนึ่ง แย่งหม่ำค่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า

อุ้มเองดีใจค่ะ ที่ผลออกมาดีค่ะ เลยเอามาฝากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ค่ะ

Rotolo di cioccolata e gianduia

http://www.bloggang.com/data/lamiacucina/picture/1236029054.jpg

Mackoko
26-03-2009, 01:27
ซีซาร์สลัดสำหรับน้องหมา(สูตรผมเองครับ)
ส่วนผสม
1.ซีซาร์รสใดก็ได้1อัน
2.ซอสพริกไทยดำ
3.i-mix(น้ำหวานชนิดผงหรือน้ำ)
4.ไข่1ฟอง(2ฟองก็ได้ครับ)
วิธีทำ
1.ตีไข่ นำซีซาร์มาใส่ภาชนะแล้วราดซอสพริกไทยดำ ใส่ไข่ที่ตีเสร็จแล้ว
หมักด้วยกันเลยครับ
2.นำน้ำหวานชนิดผงi-mix(ผมขอใช้i-mix)เติมที่ใส่น้ำน้องหมา(เอาน้ำที่อยู่ที่ใส่น้ำน้องหมาเทไปครับ)พอใส่แล้วก็เติมน้ำ(แบบผงเติมน้ำนะครับ)
3.หลังหมักซีซาร์แล้วให้คลุกเคล้าเลยครับ อาจเติมซอสมะเขือเทศด้วยก็ได้ครับ
ใครมีเฟนซ์ฟราย ไก่ทอด ก็นำไปตกแต่งได้เลยครับ นำซีซาร์วางบนจานน้องหมา
เลยครับ
แล้วก็มีอีก2สูตร(สูตรผมเองครับ)
ซีซาร์อบแสนอร่อย
ส่วนผสม
1.ซีซาร์รสใดก็ได้1อัน
2.ซอสหอยนางรม
3.ไข่1ฟอง
4.น้ำหวาน(ให้เค้าดื่มครับ)
วิธีทำ
1.นำซีซาร์ ไข่(ที่ตีแล้ว)ซอสหอยนางรม หมักให้เข้ากัน
2.นำไปอบ ตั้งประมาณแล้วแต่เจ้าของครับ
3.กิ๊งก่อง ซีซาร์ออกมาให้ชิมแล้วจร้า พร้อมน้ำหวานอร่อยๆ
ซีซาร์คั่วแสนหอม
ส่วนผสม
1.ซีซาร์รสใดก็ได้ 1 อัน
2.ไข่1ฟอง
3.น้ำหวาน(ให้น้องหมาดื่มกันครับ)
4.ซอสต่างๆ(เจ้าของอาจเลือกซอสมะเขือเทศหรือพริกไทยดำ)
วิธีทำ
1.นำซีซาร์ไปคั่วบนกระทะ
2.ตีไข่ แล้วราดบนซีซาร์
3.เมื่อสุกพอดีแล้ว ยกใส่จานน้องหมา ราดซอส เสริฟพร้อมน้ำหวานได้เลยจร้า
ยังมีพัฟขนมสำหรับน้องหมาครับ(สูตรผมเอง)
ส่วนผสม:1.ไข่1ฟอง2.ขนม เช่น เจอไฮ กระดูกม้วน3ชั้น3.ซอสมะเชือเทศ
4.เนื้อหมู
วิธีทำ
1.เลือกเนื้อหมู นำเนื้อหมูมาทอดก่อนนะครับ เมื่อสุกพอดีแล้ววางไว้บนจานก่อน
2.ทอดไข่(ให้เป็นไข่เจียว)พอเริ่มหน้าตาเป็นไข่เจียวแล้วให้ใส่ขนมลงไป
3.ยกลงใส่จานแล้วพับครับ ต่อจากนั้นใส่ซอสมะเขือเทศเลยครับ เสริฟพร้อมน้ำหวานครับ :Emo-korea_030: หวังว่าน้องหมาชอบกินนะครับ:Emo-korea_043:

Mackoko
26-03-2009, 17:53
ซีซาร์อร่อยๆ(ไม่ต้องหาอะไรมามาก)
ส่วนผสม
1.ซีซาร์รสใดก็ได้1อัน
2.อาหารเม็ด(ที่ใช้ปัจจบัน)
3.ซอส(แล้วแต่ไม่ว่าจะเป็นซอสที่อยู่ตามร้านสัตว์เลี้ยงและศูนย์การค้า)
วิธีทำ
1.วางอาหารเม็ดในชามสุนัข
2.นำซีซาร์ไปวางตรงกลาง
3.ราดซอสเลยครับ พร้อมเสริฟด้วยขนมอร่อยๆ:Emo-korea_016:

Mackoko
29-03-2009, 21:04
แจ้งข่าวโปรโมชั่น รับสงกรานต์97927
ผมมีขนมปังสูตรเด็ด สองรส
1.ขนมปังเนย(อย่างเดียว)
2.ขนมปังเนยไส้ทูน่า
ใครต้องการผมจะส่งไปให้ แต่ขอตัวแทน1คนนะครับ:Emo-korea_030: